news-report

‘จุดสลบ’ ของนโยบายประเทศไทย 4.0

ตีพิมพ์2017-05-11

คอลัมน์ กาแฟดำ: สุทธิชัย หยุ่น

ประเทศไทย 4.0 เป็น เรื่องที่พูดกันกว้างขวาง คนที่เห็นพ้องบอกว่า นี่คือทิศทางที่จะผลักดัน ประเทศไทยให้ก้าวไปสู่ความทันสมัย เป็นสังคมแห่งความรู้และนวัตกรรม ที่จำเป็นอย่างยิ่ง

แต่ก็มีคำถามมากมายว่าจะนิยามคำว่า “คนไทย 4.0 อย่างไร” และเราจะก้าว ไปถึงเป้าหมายนั้นได้จริงหรือ? ผมทำรายการใน Suthichai Live ผ่าน Facebook Live ทุกวัน บ่อยครั้ง ก็เชิญชวนให้คนที่ความคิดความอ่าน เกี่ยวกับเรื่องนี้มาตั้งวงสนทนาเพื่อเจาะ ลงลึกถึงหัวข้อที่ผมเชื่อว่ามีความสำคัญอย่างยิ่งต่ออนาคตของประเทศชาติ

วันก่อน ดร. สมเกียรติ ตั้งกิจวานิชย์ ประธานสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI) มาร่วมแลกเปลี่ยนความเห็นในหัวข้อนี้ ได้ประเด็นที่น่าสนใจในหัวข้อที่รัฐบาลและเอกชนไทยควรจะได้ร่วมกันถกแถลงให้ตลกผลึกเพื่อทำให้ แผนนี้เป็นความจริง

ดร.สมเกียรติ บอกว่านโยบายประเทศไทย 4.0 เป็นวิสัยทัศน์ที่ดี แต่ “จุดสลบ” ของ เป้าหมายที่จะทำให้ ไปไม่ถึงฝั่งฝัน

จุดสลบที่ว่านี้ระบบราชการและระบบการศึกษาของชาติ ภาคธุรกิจและอุตสาหกรรมมีความจำเป็นต้องแข่งขัน เพราะฉะนั้นก็ต้องปรับตัวอยู่แล้ว แต่ภาคราชการและภาคการศึกษา”อยู่กับตัวเองค่อนข้างเยอะ” ไม่ตระหนัก ถึงความจำเป็นที่จะต้องปรับตัวให้ทัน ความเปลี่ยนแปลงของโลก

คะแนนการทดสอบ PISA ของ นักเรียนนักศึกษาไทยปีที่ผ่านมาก็ตกอันดับไปอีก หากรัฐบาลไทยจะบอกชาวโลกว่า จะก้าวไปสู่ 4.0 จะมีใครเขาเชื่อหรือเปล่าหากมาตรฐานการศึกษาของเรายังอยู่ในอันดับที่ต่ำเตี้ยอย่างนี้

“ผมเคยพูดเล่น ๆ ว่าระบบการศึกษาของเรายังอยู่ที่ 0.4 เราจะไปถึง 4.0 ได้หรือ?”ดร. สมเกียรติบอก อีกอุปสรรคที่สำคัญคือระบบราชการที่ยังล้าสมัย เพราะไม่ว่าวิสัยทัศน์ของผู้นำจะดีอย่างไร ผู้นำไปปฏิบัติคือข้าราชการ

“ระบบราชการของเราตามโลกไม่ทันครับ…ข้าราชการของเรามองแต่เจ้านาย ไม่มองว่าจะรับใช้ประชาชนและเอกชนอย่างไร …”

ตัวอย่างเล็กๆ ที่สะท้อนถึงความ ล้าสมัยแห่งระบบราชการคือทุกวันนี้ การเดินทางเข้าออกประเทศยังต้อง กรอกใบตรวจคนเข้าเมืองที่เรียกว่า “ตม. 6” ทั้ง ๆ ที่คนไทยมีหนังสือเดินทางอิเล็กทรอนิกส์ซึ่งมีข้อมูลทั้งหมดเกี่ยวกับ คนเดินทางครบถ้วนอยู่แล้ว ยกเว้น เที่ยวบินสำหรับการเดินทาง ซึ่งก็น่าจะแจ้งข้อมูลใหม่เพียงเรื่องเดียว

“แต่คนเดินทางเข้าออกนอกประเทศ ก็ยังต้องกรอกเจ้า ตม. 6 ทุกคนทั้งขาเข้า และขาออก และเจ้าหน้าที่ ตม. ก็เอาฟอร์มนั้นไปใส่ลังใหญ่ ๆ ขนไปเก็บเป็นกอง ๆ…ถามว่า ทำไมยังต้องกรอก คำตอบคือกฎหมายตรวจคนเข้าเมืองมีมาตราหนึ่งเขียนไว้ว่า การเข้าออกประเทศจะต้องกรอกแบบฟอร์มที่กำหนดไว้ และนั่นก็คือ ตม. 6 นี่แหละครับ ดังนั้น ไม่ว่าเราจะก้าวไปสู่อิเล็กทรอนิกส์ แค่ไหน ถ้ากฎหมายฉบับนี้ยังอยู่ เราก็ ยังต้องกรอกเอกสารอย่างนี้อยู่…”

นี่เป็นเพียงตัวอย่างเล็กๆ ที่ยกมา สะท้อนให้เห็นถึง “ความล้าสมัย” ของระบบราชการ ยังมีเรื่องทำนองนี้อีกเป็น ร้อยๆ เรื่องซึ่งควรจะยกเลิกเพื่อให้ สอดคล้องกับการผลักดันให้ประเทศ ก้าวเข้าสู่ยุคสมัยใหม่

แต่ที่ยกเลิกไม่ได้เพราะไปขัดต่อ ผลประโยชน์ของคนบางกลุ่ม เรื่องอย่างนี้ก็ต้อง “วัดใจ” รัฐบาลว่าถ้าหากจะเดินหน้าสู่ประเทศไทย 4.0 จริง จะแก้ไขอุปสรรคสำคัญๆ ที่จะขวางกั้น การบรรลุเป้าหมายระดับชาติอย่างนี้ ได้หรือไม่

หากได้คุยกับคนในรัฐบาลที่ดูแล รับผิดชอบเรื่องการขับเคลื่อนประเทศไปสู่ ระดับสากลก็จะยอมรับว่าปัญหาหนักอกใหญ่ คือสองเรื่องนี้ที่ ดร. สมเกียรติเรียกว่า เป็น “จุดสลบ”

ลงท้ายไม่มีการสร้างชาติที่สำเร็จจะ ไม่มาจากความ “กล้าหาญทางการเมือง” หรือ ที่ฝรั่งเรียก political will อย่างจริงจัง


หมายเหตุ เผยแพร่ครั้งแรกใน กรุงเทพธุรกิจ คอลัมน์: กาแฟดำ: ‘จุดสลบ’ ของนโยบายประเทศไทย 4.0 เมื่อ 11 พฤษภาคม 2560