tdri logo
tdri logo
29 พฤษภาคม 2025
Read in 5 Minutes

Views

AI เคลื่อนเศรษฐกิจไทย แข่งขันได้ในเวทีโลก

ทีดีอาร์ไอ ชี้ AI เป็นเครื่องมือสำคัญ ช่วยเคลื่อนเศรษฐกิจไทยไปสู่เศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม-เทคโนโลยีขั้นสูง สามารถแข่งขันได้ในเวทีโลก แนะรัฐส่งเสริมความรู้-ทักษะ AI อย่างตรงจุด สนับสนุนการใช้ AI ในภาคการผลิต

สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) เปิดเผยผลการศึกษาในหัวข้อ “การประยุกต์ใช้ปัญญาประดิษฐ์ทางธุรกิจในอุตสาหกรรมการผลิตและภาคส่วนอื่น ๆ ในประเทศไทย” โดยความร่วมมือของสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (ETDA) กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และบริษัท SAP บริษัทซอฟต์แวร์สำหรับองค์กร เมื่อวันที่ 27 พฤษภาคมที่ผ่านมา โดยรายงานดังกล่าวมีเนื้อหาที่ชี้ว่า ปัญญาประดิษฐ์ (AI) จะเป็นกลไกหลักในการผลักดันยุทธศาสตร์ไทยแลนด์ 4.0 ซึ่งสามารถเปลี่ยนโครงสร้างเศรษฐกิจไทยจากการผลิตแบบดั้งเดิมไปสู่ระบบเศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรมและเทคโนโลยีขั้นสูงได้  แต่อย่างไรก็ตามปัจจุบันพบว่ามีผู้ผลิตเพียง 2% เท่านั้นที่สามารถเปลี่ยนผ่านสู่มาตรฐานอุตสาหกรรม 4.0 ได้อย่างเต็มรูปแบบ ทั้งที่ AI สามารถนำไปประยุกต์ใช้ในภาคการผลิตได้มากถึง 300 ลักษณะการใช้งานในภาคการผลิต และมีศักยภาพสูงในการยกระดับความสามารถในการแข่งขันของประเทศให้เป็นผู้นำในภูมิภาค

ETDA หนุนใช้ AI ในภาคการผลิต ชี้ ความร่วมมือภาครัฐ-เอกชนสำคัญต่อการผลักดันไทยแลนด์ 4.0

ดร.ชัยชนะ มิตรพันธ์ ผู้อำนวยการ ETDA กล่าวว่า ข้อมูลในรายงานฉบับนี้จะมีส่วนสำคัญในการส่งเสริมการนำ AI ไปใช้อย่างแพร่หลายในภาคการผลิต ซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการผลักดันนโยบายไทยแลนด์ 4.0 ทั้งนี้ความร่วมมือระหว่างภาคเอกชนและภาครัฐจึงมีบทบาทอย่างยิ่ง โดยเฉพาะในการยกระดับธรรมาภิบาล AI  

ดร.ชัยชนะ มิตรพันธ์ ผู้อำนวยการ ETDA

ขณะที่น.ส.กุลวิภา ปิยวัฒนเมธา กรรมการผู้จัดการ SAP ประเทศไทยกล่าวว่า Business AI ที่น่าเชื่อถือและมีความรับผิดชอบ ซึ่งเชื่อมโยงกับความเข้าใจธุรกิจและข้อมูลอย่างครอบคลุม จะช่วยให้ผู้ผลิตไทยสามารถใช้งาน AI ได้อย่างมั่นใจ ทั้งในด้านความเป็นส่วนตัว ความปลอดภัย และการปฏิบัติตามกฎหมาย ทั้งนี้การลงทุนและความร่วมมือจากทั้งภาครัฐและเอกชนจะเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญในการผลักดัน AI ให้มีบทบาทในยุทธศาสตร์อุตสาหกรรม 4.0 และเชื่อว่าการเติบโตของภาคการผลิตจะส่งผลเชิงบวกต่อเศรษฐกิจไทยในภาพรวม

น.ส.กุลวิภา ปิยวัฒนเมธา กรรมการผู้จัดการ SAP ประเทศไทย

ด้านดร. สลิลธร ทองมีนสุข นักวิชาการอาวุโสจากทีดีอาร์ไอ กล่าวถึงบทบาทของ AI ในการยกระดับภาคการผลิตว่า เทคโนโลยีนี้สามารถสร้างประโยชน์ได้ในหลายมิติ ไม่ว่าจะเป็นการเพิ่มความแม่นยำในการคาดการณ์ความต้องการของตลาด ช่วยลดการสูญเสียยอดขาย เพิ่มประสิทธิภาพการผลิตผ่านระบบอัตโนมัติ ลดเวลาการหยุดชะงักของเครื่องจักรด้วยระบบบำรุงรักษาเชิงพยากรณ์ (predictive maintenance) ไปจนถึงการลดพฤติกรรมเสี่ยงในที่ทำงาน ซึ่งช่วยยกระดับความปลอดภัยในสถานประกอบการอย่างชัดเจน จึงกล่าวได้ว่า AI กำลังกลายเป็นกลไกขับเคลื่อนอุตสาหกรรมโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเทศกำลังพัฒนาอย่างไทย ที่จำเป็นต้องเร่งวางรากฐานของระบบนิเวศให้พร้อมทั้งในด้านข้อมูล แรงงาน และโครงสร้างพื้นฐาน เพื่อยกระดับความสามารถในการแข่งขันในระยะยาว

อย่างไรก็ตาม จากข้อมูลของ ETDA ในปัจจุบันธุรกิจในประเทศไทยนำมาใช้เพียง 18% ของธุรกิจทั้งหมด ซึ่งตามการคาดการณ์ของ Mobility Foresights ตลาด AI ในอุตสาหกรรมการผลิตอัจฉริยะของประเทศไทยคาดว่าจะเติบโตในอัตราการเติบโตเฉลี่ยสะสมต่อปี (CAGR) ประมาณ 12–15% ในปี 2023-2030

“โครงสร้างพื้นฐานด้านข้อมูล ความไม่แน่ใจเรื่องระบบ AI ที่เหมาะสมกับลักษณะของธุรกิจ” อุปสรรคสำคัญต่อการใช้ AI ในภาคธุรกิจ

ดร.สลิลธร ระบุด้วยว่า ในการศึกษาของ ETDA พบว่า มีองค์กรในประเทศไทยถึง 73% ที่วางแผนจะนำ AI มาใช้ในธุรกิจ แต่ยังพบว่ามีอุปสรรคอยู่ โดยเฉพาะข้อกังวลเกี่ยวกับคุณภาพของข้อมูล ซึ่งมีองค์กรผู้ผลิตประมาณ  65 % ระบุว่าคุณภาพของข้อมูลเป็นอุปสรรคสำคัญในการนำ AI ไปใช้อย่างได้ผล และอีก 65% มองว่าโครงสร้างพื้นฐานด้านข้อมูลยังไม่รองรับการใช้งาน AI นอกจากนี้ ในองค์ขนาดใหญ่มักมีข้อมูลที่กระจัดกระจายไปตามแผนกและขาดความเชื่อมโยงนอกจากนี้ หลายองค์กรยังขาดความเข้าใจพื้นฐานหรือไม่แน่ใจเกี่ยวกับการวางระบบ AI ให้สอดคล้องกับเป้าหมายเชิงกลยุทธ์ของตนเอง ทำให้ไม่มั่นใจในการเริ่มต้นใช้งาน ถัดมาคือข้อจำกัดด้านต้นทุนและความคุ้มค่า เนื่องจากการลงทุนใน AI จำเป็นต้องใช้ทรัพยากรจำนวนมาก ทั้งในด้านเทคโนโลยี โครงสร้างพื้นฐาน และการปรับตัวภายในองค์กร อีกทั้งยังมีความไม่แน่นอนของผลตอบแทนจากการลงทุน (ROI) ซึ่งส่งผลต่อการตัดสินใจของภาคธุรกิจอย่างมีนัยสำคัญ

ดร. สลิลธร ทองมีนสุข นักวิชาการอาวุโส ทีดีอาร์ไอ

“ยังมีปัจจัยด้านพฤติกรรมภายในองค์กร เพราะการใช้ AI ต้องเปลี่ยนกระบวนการทำงานที่เดิมเคยดำเนินการโดยมนุษย์ ซึ่งอาจสร้างความไม่สบายใจให้กับพนักงานที่กังวลว่าจะถูกแทนที่ หรือไม่คุ้นชินกับการทำงานร่วมกับเทคโนโลยี องค์กรจึงจำเป็นต้องวางแผนเชิงรุกเพื่อสร้างวัฒนธรรมที่เปิดรับนวัตกรรม และเตรียมความพร้อมด้านคน กระบวนการ และโครงสร้างให้สามารถปรับตัวได้ทันกับการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี” ดร.สลิลธร ระบุ

เสนอสนับสนุนการ upskill reskill ของพนักงานที่ต้องทำงานร่วมกับ AI และการให้คำปรึกษาที่ตรงจุดกับผู้ประกอบการ พร้อม ตั้ง แซนด์บ็อกซ์ AI

ดร.สลิลธร ระบุด้วยว่า หากต้องการให้ AI มีบทบาทอย่างแท้จริงในการยกระดับอุตสาหกรรมไทย รัฐควรเร่งลดช่องว่างทางความรู้ผ่านการให้คำปรึกษาเฉพาะด้านที่ตอบโจทย์บริบทของแต่ละกลุ่มอุตสาหกรรม โดยอาจสร้างแพลตฟอร์มกลางที่ช่วยเชื่อมโยงผู้เชี่ยวชาญกับผู้ประกอบการ เพื่อให้เกิดการใช้งานจริงในภาคธุรกิจ พร้อมส่งเสริมการเสริมทักษะ (upskill) และการปรับทักษะใหม่ (reskill) ให้กับแรงงานที่ต้องทำงานร่วมกับเทคโนโลยี AI ซึ่งการสนับสนุนการนำ AI ไปใช้ให้ตรงกับความเป็นจริงของภาคธุรกิจ โดยเฉพาะในส่วนของต้นทุนหลัก เช่น การจัดการและพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานข้อมูล ต้นทุนในการฝึกอบรมบุคลากร รวมถึงการปรับเปลี่ยนกระบวนการภายในองค์กร ถือเป็นปัจจัยสำคัญที่จะช่วยคลี่คลายข้อจำกัดที่ทำให้หลายธุรกิจยังลังเลที่จะลงทุนอย่างเต็มที่ในเทคโนโลยี AI

ส่วนในด้านธรรมาภิบาล ควรมีการผลักดันให้เกิดการนำกรอบธรรมาภิบาล AI ที่มีอยู่ไปประยุกต์ใช้อย่างเป็นรูปธรรมในภาคเอกชน พร้อมทั้งสนับสนุนแนวปฏิบัติหรือเครื่องมือที่ช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถประเมินความเสี่ยงและออกแบบการใช้ AI อย่างมีความรับผิดชอบ และควรมีการจัดตั้งพื้นที่ทดลองด้านกฎระเบียบ AI  (AI Regulatory Sandbox) เพื่อให้ธุรกิจสามารถทดลองใช้เทคโนโลยีในสภาพแวดล้อมที่ควบคุมได้ก่อนนำไปใช้จริง

“หากภาครัฐสามารถจัดการสนับสนุนในประเด็นสำคัญเหล่านี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ การนำ AI มาใช้ในอุตสาหกรรมการผลิตจะไม่เพียงสร้างผลลัพธ์เชิงประสิทธิภาพเท่านั้น แต่ยังจะกลายเป็นแรงผลักสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยในระยะยาว” ดร.สลิลธรกล่าว

หมายเหตุ สรุปเนื้อหาจากการนำเสนอผลการศึกษาในหัวข้อ “The application of business AI in the manufacturing industry and other sectors in Thailand” เมื่อวันที่ 27 พฤษภาคมที่ผ่านมา

นักวิจัย

ดร. สลิลธร ทองมีนสุข
นักวิชาการอาวุโส

แชร์บทความนี้

เรื่องที่คุณอาจสนใจ

ดูทั้งหมด