ทีดีอาร์ไอ สำรวจตลาดงานด้าน AI พบธุรกิจปรับตัวมาใช้ปัญญาประดิษฐ์มากขึ้น 1 ปีเปิดรับ 2 หมื่นตำแหน่ง TOP 3 อุตสาหกรรมที่ต้องการแรงงานมากที่สุด ICT – ขายส่ง -การผลิต แนะ อว.วางแผนการผลิตกำลังคนเชื่อมโยงกับความต้องการจริงของภาคเอกชน ทีดีอาร์ไอ ขณะที่ภาพรวมประกาศรับสมัครงานทั่วไปใน 3 เดือนแรกของปีมีกว่า 2.2 แสนตำแหน่ง
ทีมวิจัย Big Data สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) เปิดผลวิเคราะห์สถานะความต้องการแรงงานด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) และทักษะของแรงงานที่นายจ้างต้องการในโครงการพัฒนาระบบวิเคราะห์ข้อมูลด้วย Large Language Models (LLMs) เพื่อการใช้ประโยชน์ในการพัฒนากำลังคนสมรรถนะสูงฯ โดยการสนับสนุนของบพค.
โดยทีมวิจัยเห็นว่า AI เข้ามามีบทบาทสำคัญในทุกภาคส่วนของเศรษฐกิจและสังคม ตลาดแรงงานด้าน AI จึงกลายเป็นหนึ่งในกลุ่มอาชีพที่ถูกจับตามองมากที่สุด ประกอบกับการที่กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ตั้งเป้าผลิตแรงงานด้าน AI ไม่น้อยกว่า 5 หมื่นคน รองรับ 8 กลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมาย โดยเฉพาะในกลุ่มอุตสาหกรรมด้านเซมิคอนดักเตอร์ ยานยนต์ไฟฟ้า (EV) และ AI ซึ่งถือเป็นรากฐานสำคัญของอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูงที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็วทั่วโลก
ทีมวิจัยจึงได้มุ่งเน้นวิเคราะห์เชิงลึกเพื่อสะท้อนแนวโน้มตลาดแรงงานดังกล่าว เพื่อให้ภาคนโยบาย และสถาบันการศึกษาที่จะนำไปวางแผนผลิตบุคลากรได้ตามความต้องการภาคเอกชน
นักวิเคราะห์ข้อมูล-นักวิทยาศาสตร์ข้อมูล เป็นที่ต้องการของตลาดงานAIมากที่สุด
ทีมวิจัยได้รวบรวบประกาศรับสมัครงานออนไลน์ 23 เว็บไซต์รับสมัครงานเป็นเวลา 1 ปี ตั้งแต่เม.ย. 2567 -มี.ค.2568 พบว่ามีประกาศรับสมัครงานที่เกี่ยวข้องกับ AI 22,800 ตำแหน่ง จากการประกาศรับสมัครงานทั้งหมด 658,254 ตำแหน่ง คิดเป็น 3.5% โดยจำแนกตำแหน่งที่มีการประกาศรับสมัครงานมากที่สุดอันดับที่ 1.นักวิทยาศาสตร์ข้อมูลและนักวิเคราะห์ข้อมูล (Data Scientist / Data Analyst) 7,026 ตำแหน่ง (1.1%) ตามด้วยอันดับที่2.วิศวกรข้อมูลและวิศวกรระบบ (Data Engineer / System Engineer) 6,163 ตำแหน่ง (0.9%)
อับดันที่3.ผู้ใช้เครื่องมือปัญญาประดิษฐ์ระดับเทคนิค (AI Technical User) 4,100 ตำแหน่ง (0.6%) อันดับที่4.ผู้ใช้งานเครื่องมือปัญญาประดิษฐ์ทั่วไป (AI General User) 2,856 ตำแหน่ง (0.4%) อันดับที่5.วิศวกรระบบอัตโนมัติ (Robotics and Automation) 873 ตำแหน่ง (0.1%) อันดับที่6.ผู้จัดเตรียมข้อมูลเพื่อการพัฒนาระบบปัญญาประดิษฐ์ (Data Annotation) 624 ตำแหน่ง (0.1%) อันดับที่7. นักพัฒนาระบบระบบ RPA (Robotic Process Automation) 596 ตำแหน่ง (0.1%) และอันดับที่8.วิศวกรระบบปัญญาประดิษฐ์ (AI Engineer / ML Engineer) 473 ตำแหน่ง (0.1%)
จากข้อมูลการเปิดรับสมัครงาน พบว่าแต่ละอุตสาหกรรมมีความต้องการแรงงานด้าน AI แตกต่างกันตามลักษณะการใช้งานเทคโนโลยีในแต่ละอุตสาหกรรม โดยอุตสาหกรรมสารสนเทศและการสื่อสารต้องการตำแหน่งงาน AI มากที่สุด 1,807 ตำแหน่ง ส่วนใหญ่เป็นวิศวกรข้อมูลและระบบ (746 ตำแหน่ง) นักวิทยาศาสตร์ข้อมูล (546) และผู้ใช้เครื่องมือ AI ระดับเทคนิค (311) สะท้อนการปรับตัวของธุรกิจแพลตฟอร์มและเทคโนโลยีดิจิทัล
ด้านการขายส่งและค้าปลีก มีความต้องการ 1,785 ตำแหน่ง โดยเน้นผู้ใช้ AI ระดับเทคนิค (554) นักวิเคราะห์ข้อมูล (471) และวิศวกรข้อมูลและวิศวกรระบบ (323) เพื่อปรับปรุงระบบวิเคราะห์ข้อมูลลูกค้า จัดการคลังสินค้า และระบบอัตโนมัติ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและแข่งขันในตลาดยุคดิจิทัล
ขณะที่ภาคการผลิต ต้องการ 1,422 ตำแหน่ง โดยเฉพาะนักวิเคราะห์ข้อมูล (457) ผู้ใช้ AI ระดับเทคนิค (405) และวิศวกรระบบอัตโนมัติ (150) สะท้อนแนวโน้มการประยุกต์ใช้ระบบอัตโนมัติและการผสานระบบปัญญาประดิษฐ์ (integrate) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ลดต้นทุน และทดแทนการใช้แรงงานในงานที่ซ้ำซาก
ทักษะ AI แบบใดที่นายจ้างต้องการ
ทีมวิจัยวิเคราะห์ทักษะเฉพาะเจาะจงที่เป็นที่ต้องการของตำแหน่งงานที่เกี่ยวข้องกับ AI ใน 5 อันดับแรกของตำแหน่งงาน AI ทั้งหมด พบว่า ทักษะภาษา Scripting (การเขียนโค้ด) เป็นที่ต้องการมากที่สุด ตามด้วยทักษะพัฒนาซอฟต์แวร์ การวิเคราะห์ข้อมูล วิทยาศาสตร์คอมพิวเตอร์ และภาษา Query (ใช้ค้นหาข้อมูลจากฐานข้อมูล) นอกจากนี้ยังได้ทำการวิเคราะห์ทักษะในรายตำแหน่งอย่างละเอียด (รายละเอียดเพิ่มเติม)
สำหรับตำแหน่งผู้ใช้งาน AI ทั่วไปในประกาศรับสมัครงานนั้น เป็นตำแหน่งนี้ต้องใช้ AI เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน โดยเน้นทักษะด้านกลยุทธ์การตลาด Business Marketing และ Digital Marketing เช่น E-mail Marketing และ Content Marketing นอกจากนี้ยังมีความรู้การวิเคราะห์ข้อมูล การวิเคราะห์ตลาด เช่น การวิจัยตลาดและติดตามแนวโน้มตลาดด้วย
ทีมวิจัยทีดีอาร์ไอ มีข้อเสนอต่อกระทรวงอว. เพื่อให้การพัฒนากำลังคนเกิดขึ้นอย่างมีประสิทธิภาพและสอดคล้องกับความต้องการของอุตสาหกรรมในอนาคต ควรพิจารณาและดำเนินการวางแผนการผลิตกำลังคน โดยเชื่อมโยงกับความต้องการจริงของภาคเอกชน โดยกลุ่มที่มีความต้องการมากที่สุดตลอดปีที่ผ่านมา คือ นักวิทยาศาสตร์ข้อมูลและนักวิเคราะห์ข้อมูล วิศวกรข้อมูลและวิศวกรระบบ ผู้ใช้เครื่องมือปัญญาประดิษฐ์ระดับเทคนิค
ส่วนวิศวกรระบบปัญญาประดิษฐ์นั้น พบว่ายังมีความต้องการไม่มาก การผลิตจึงควรเน้นคุณภาพ เช่นการส่งเสริมให้ทุนระดับบัณฑิตศึกษา เพื่อให้มีทักษะความรู้ในการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีด้านปัญญาประดิษฐ์ได้จริง
ขณะที่แนวทางพัฒนาบุคลากรด้าน AIนั้น ทีมวิจัยมีข้อเสนอดังนี้ 1. ส่งเสริมทักษะ AI เชิงลึกในอุตสาหกรรมสารสนเทศ โดยเฉพาะบุคลากรด้าน Big Data และวิศวกรระบบ 2. พัฒนาทักษะด้าน Digital Marketing, Marketing Analytics และระบบอัตโนมัติสำหรับภาคธุรกิจ 3. ส่งเสริมทักษะด้าน Robotics และ Automation ในอุตสาหกรรมการผลิต เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและลดต้นทุน
และ 4. สนับสนุนการใช้ Generative AI ให้มีประสิทธิภาพ ควรส่งเสริมให้บุคลากรในอุตสาหกรรมต่างๆ สามารถใช้ Generative AI สร้างสรรค์นวัตกรรมใหม่ๆ โดยมุ่งเน้นการพัฒนาองค์ความรู้ การค้นหาแนวทางการประยุกต์ใช้ที่เหมาะสม (use cases) การใช้งานอย่างรับผิดชอบ และการใช้งานโดยเข้าใจข้อจำกัดเพื่อลดความเสี่ยงและเพิ่มประสิทธิภาพสูงสุดจากเทคโนโลยีนี้
นอกจากนี้ทีมวิจัยยังสำรวจภาพรวมของประกาศรับสมัครงานในไตรมาสที่ 1 ปี 2568 พบว่ามีประกาศรับสมัครงานทั้งสิ้น 224,846 ตำแหน่ง โดยอาชีพที่ประกาศรับมากที่สุด 10 อันดับแรกได้แก่ 1.การขายและงานที่เกี่ยวข้อง 43,116 ตำแหน่ง (19.2%) 2.ธุรกิจและการเงิน 38,727 ตำแหน่ง (17.2%) 3.การจัดการ 33,241 ตำแหน่ง (14.8%) 4.สนับสนุนงานออฟฟิศและงานธุรการ 23,851 ตำแหน่ง (10.6%) 5.คอมพิวเตอร์และคณิตศาสตร์ 16,169 ตำแหน่ง (7.2%)
6.สถาปัตยกรรมและวิศวกรรม 12,797 ตำแหน่ง (5.7%) 7.การเตรียมอาหารและงานบริการ 9,632 ตำแหน่ง (4.3%) 8.การติดตั้ง บำรุงรักษา และซ่อมแซม 8,953 ตำแหน่ง (4.0%) 9.ศิลปะ การออกแบบ ความบันเทิง กีฬา และสื่อ 8,901 ตำแหน่ง (4.0%) และ10.การขนส่ง 6,518 ตำแหน่ง (2.9%)
โดยวุฒิการศึกษาขั้นต่ำที่ประกาศรับสมัครนั้น พบว่ามีประกาศรับสมัครงานวุฒิการศึกษาระดับปริญญาตรีมากที่สุดถึง 107,808 ตำแหน่ง (47.9%) รองลงมาคือ ปวส. 21,217 ตำแหน่ง (9.4%) มัธยมศึกษาปีที่หก 16,757 ตำแหน่ง (7.5%) ปวช. 12,389 ตำแหน่ง (5.5%) มัธยมศึกษาปีที่สาม 9,502 ตำแหน่ง (4.2%) ไม่จำกัดวุฒิการศึกษา 6,959 ตำแหน่ง (3.1%) สูงกว่าปริญญาตรี 944 ตำแหน่งงาน (0.4%) และที่ไม่ระบุวุฒิการศึกษามีจำนวน 49,270 ตำแหน่งงาน (21.9%)
ขณะที่พื้นที่ที่มีการเปิดรับสมัครงานมากที่สุด คือกทม.และปริมณฑล คิดเป็น 54.3% ของจำนวนตำแหน่งงานทั้งหมด รองลงมาคือภาคใต้ 7.7% ตามด้วยภาคตะวันออก 4 % ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 2.8% ภาคเหนือ 2.3% ภาคกลาง 1.5% และภาคตะวันตก 1.1% นอกจากนี้ ยังมีตำแหน่งงานที่ไม่สามารถระบุที่ตั้งของสถานที่ทำงานได้ประมาณ 26.4% ของตำแหน่งงานทั้งหมด
ผลการศึกษาโดย นายณัฐสิฏ รักษ์เกียรติวงศ์, นายวินิทร เธียรวณิชพันธุ์, นายนรินทร์ ธนนิธาพร นส.เพ็ญพิชา ผาณิตพิเชฐวงศ์ และนส.วิไลลักษณ์ มีสวัสดิ์ ทีมวิจัย Big Data ทีดีอาร์ไอ
อ่านผลการศึกษาฉบับเต็ม พร้อมDashboard ตำแหน่งงานโดยละเอียด คลิก























