tdri logo
tdri logo

เด็กไทยเรียนอะไรกันอยู่

เตรียมปรับหลักสูตรการศึกษา… ให้เด็กไทยเรียนไปใช้ได้จริง​

หลักสูตรแกนกลาง ใช้มาแล้ว 17 ปี

  • 2056 ตัวชี้วัดการเรียนรู้ (รายปี) เน้นพัฒนาความรู้
  • หลักการกว้าง ๆ ไม่มีคำแนะนำการสอนของแต่ละตัวชี้วัดการเรียนรู้
  • ชั่วโมงเรียนเยอะ ไม่กำหนดเพดานเวลาเรียน ไม่กำหนดชั่วโมงเรียนบูรณาการ

หลักสูตรใหม่รอแจ้งเกิด “ฐานสมรรถนะ”

  • 147 ผลลัพธ์การเรียนรู้ช่วงชั้น (3 ปี) เน้นความรู้ ทักษะ ทัศนคติที่ดี และการนำสิ่งที่เรียนไปประยุกต์ใช้จริง
  • เห็นภาพห้องเรียนชัดเจน เชื่อมโยงกับชีวิตจริง มีคำแนะนำการสอนให้
  • เวลาเรียนลดลง กำหนดเพดานเวลาเรียน กำหนดชั่วโมงเรียน
    แบบบูรณาการ

หลักสูตรไทยเปลี่ยนช้า… ก้าวไปไม่ทันโลก

เด็กในโลกยุคใหม่
ควรมีความรู้ครบ 3 ด้าน (KSA)

แต่หลักสูตรแกนกลางที่ใช้อยู่ (พ.ศ. 2551)
เน้นด้าน K (ความรู้) และท่องจำ

หลักสูตรแกนกลาง พ.ศ. 2551

คาดหวังให้ จำเนื้อหาได้เยอะ ๆ แต่ไม่เน้นการนำไปใช้จริง

ผลการเรียนรู้เด็กไทย… เรียนไปใช้ไม่ได้จริง

ข้อสอบ PISA ข้อสอบจำลองสถานการณ์จริง ต้องประยุกต์ใช้ความรู้​ คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ และทักษะการอ่าน เพื่อแก้ปัญหา​ ใช้วัดผลในหลายประเทศทั่วโลก

ผล PISA เด็กไทย พบว่า
  • การทดสอบ PISA ตั้งแต่ครั้งแรก (2000) จนถึงครั้งล่าสุด (2022) ​ชี้ว่าเด็กไทยส่วนใหญ่ ไม่สามารถประยุกต์ใช้ความรู้ได้ดีเท่าที่ควร​​
  • สัดส่วนเด็กไทยที่ไม่สามารถนำความรู้มาประยุกต์ใช้ในสถานการณ์ที่ไม่ซับซ้อนได้ (ระดับต่ำกว่า 2) เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง จนเกินครึ่งของเด็กไทยทั้งหมด

3 ส่วนของระบบการศึกษาไทยยังหลงทิศ
เพราะหลักสูตร​

หลักสูตรใหม่ ในชื่อ “ฐานสมรรถนะ”
ไม่ใช่แค่รู้ แต่เรียนไปต้องใช้ได้จริง

หลักสูตรฐานสมรรถนะ
(CBE = Competency-Based Education )

คือแนวคิดทางการศึกษาที่มุ่งเน้นให้ผู้เรียน “สามารถทำได้จริง” โดยใช้ สมรรถนะ (Competency) เป็นเป้าหมายหลัก ไม่ใช่แค่เรียนจบหรือสอบผ่าน ซึ่งหมายถึงความสามารถในการใช้ความรู้ ทักษะ และเจตคติอย่างเหมาะสม เพื่อเผชิญและจัดการกับสถานการณ์จริงได้อย่างมีประสิทธิภาพ

K (Knowledge)

คือ ความรู้และความเข้าใจในเนื้อหาวิชา ทฤษฎี หรือหลักการที่เกี่ยวข้อง ซึ่งต้องสามารถนำมาใช้แก้ปัญหาได้ในสถานการณ์จริง

ตัวอย่าง:”รู้ว่าการเผาไหม้ของเชื้อเพลิงฟอสซิลทำให้เกิดก๊าซเรือนกระจก”(เป็นข้อเท็จจริงเชิงวิทยาศาสตร์)

S (Skill)

คือ ทักษะที่ผู้เรียนสามารถลงมือปฏิบัติได้จริง

ตัวอย่าง: การสื่อสาร การวิเคราะห์ การใช้เครื่องมือเฉพาะทาง

A (Attitude)

คือ เจตคติ ค่านิยม และทัศนคติที่เหมาะสมต่อการเรียนรู้

ตัวอย่าง: “เห็นความสำคัญของสิ่งแวดล้อม และเชื่อว่าทุกคนมีส่วนร่วมในการลดโลกร้อนได้” (เป็นทัศนคติที่ผลักดันให้ลงมือทำ)

ประเทศไหนลองใช้ CBE แล้วบ้าง?

ตลอด 20 ปีที่ผ่านมา

60 เขตการปกครอง

นำแนวคิดการศึกษาฐานสมรรถนะมาปรับหลักสูตรระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน

ตัวอย่างเป้าหมายการเรียนรู้ที่อยู่ในหลักสูตร

เรียน แค่ให้รู้ หรือ ใช้ได้ในชีวิตจริง

คำที่อยู่ในตัวชี้วัดการเรียนรู้
สะท้อนเป้าหมายของหลักสูตร​

หลักสูตรแกนกลาง :
เน้นคำที่สะท้อนเรื่องความรู้ (K) ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้นักเรียนเน้นการท่องจำนำไปสอบ

หลักสูตรฐานสมรรถนะ (CBE) :
นอกเหนือไปจากความรู้ (K) ยังมีคำอื่นๆ ที่สะท้อนทักษะ (S) และ เจตคติ (A) เช่น ผู้อื่น สถานการณ์ ชีวิตประจำวัน อารมณ์ สร้างสรรค์

หลักสูตรใหม่ชั่วโมงเรียนลดลง
แต่มีความหมายขึ้น

เพิ่มชั่วโมงเรียนบูรณาการ เพิ่มอิสระให้โรงเรียนจัดการศึกษาตามบริบทตนเอง
ชั่วโมงเรียนรวมลดลง
ลดลงประมาณ 15% นักเรียนจะไม่เรียนหนักเกินไป​​
ชั่วโมงเรียนแบบบูรณาการเพิ่มขึ้น​​
ใช้เวลาเรียน 25–45% เพื่อให้ผู้เรียนได้ลงมือปฏิบัติและพัฒนาสมรรถนะที่ใช้ได้จริง​​​​ ​​
เวลาเรียนยืดหยุ่นมากขึ้น​​​​
โรงเรียนมีอิสระจัดเวลาเรียนได้ 10% ของเวลารวมหลักสูตรเพื่อรองรับความหลากหลายของผู้เรียน​​

หลักสูตร CBE ในห้องเรียนจริงมีหน้าตาเป็นอย่างไร

ทดลองหลักสูตรใหม่ในพื้นที่นวัตกรรม

ผู้เรียนนำการเรียนรู้ของตนเอง ผ่านการสำรวจความรู้เดิมและเลือกหัวข้อที่ผู้เรียนสนใจศึกษา
ครูปรับบทบาทเป็น “ครูหลังห้อง” หรือ “ผู้อำนวยการเรียนรู้” นำมาสู่การจัดการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ
กิจกรรมที่ครูออกแบบ กระตุ้นนักเรียนให้บูรณาการความรู้ระหว่างวิทยาศาสตร์ ศิลปะ และสังคมศึกษา ผ่านการจัดการเรียนรู้เชิงรุกที่ให้ผู้เรียนได้ปฏิบัติจากโจทย์ที่ท้าทายในโลกจริง
กิจกรรมที่ครูออกแบบ ช่วยพัฒนาทักษะที่จำเป็นต่อการเรียนรู้ตลอดชีวิต เช่น ความคิดสร้างสรรค์ผ่านการออกแบบผลิตภัณฑ์ ทักษะการทำงานเป็นทีมผ่านการทำงานกลุ่ม และทักษะการสื่อสารผ่านการนำเสนอผลงานต่อหน้าชั้นเรียน
หลักสูตรฐานสมรรถนะเป็นตัวช่วยสำคัญให้การจัดกิจกรรมในรูปแบบดังกล่าวประสบผลสำเร็จ ด้วยเป้าหมายการเรียนรู้ในรูปแบบช่วงชั้นและโครงสร้างเวลาเรียนที่มีความยืดหยุ่น ครู 3 คน จาก 3 ระดับชั้น จึงสามารถแบ่งหน้าที่และสอนบูรณาการร่วมกันได้

โรงเรียนนำร่อง 231 แห่งจาก 9 จังหวัด
ทดลองใช้หลักสูตร CBE แล้ว

แม้การพัฒนาหลักสูตรระดับชาติจะยังไม่ประสบผลสำเร็จ หลักสูตรฐานสมรรถนะ ที่มีสมรรถนะ 6 ด้าน ก็ได้มีการนำไปทดลองใช้จริงใน “พื้นที่นวัตกรรมการศึกษา” ซึ่งถูกจัดตั้งขึ้นใน พ.ศ. 2562 ภายใต้ พ.ร.บ. พื้นที่นวัตกรรมการศึกษา พ.ศ. 2562

พื้นที่นวัตกรรม ปลดล็อคอะไร

โรงเรียนมีอิสระในการเลือกใช้หลักสูตร
  • พ.ร.บ. พื้นที่นวัตกรรมการศึกษา ให้อิสระโรงเรียนนำร่องในการเลือกใช้หลักสูตร
  • ปลดล็อคให้โรงเรียนสามารถปรับหลักสูตรแกนกลางฯ หรือใช้หลักสูตรอื่น เช่น หลักสูตรฐานสมรรถนะ หรือ หลักสูตรจากต่างประเทศ
  • กนน. มีมติเห็นชอบให้โรงเรียนสามารถนำแนวคิดจาก (ร่าง) หลักสูตรฐานสมรรถนะ ไปใช้พัฒนาหลักสูตรสถานศึกษาได้
ระบบพัฒนาอื่นๆ ช่วยให้ทดลองใช้ได้จริง
  • โรงเรียนสามารถเลือกสื่อ/หนังสือเรียนที่สอดคล้องกับหลักสูตรของตนเอง โดยไม่ต้องยึดรายการของ สพฐ.
  • มีแนวทางการ เทียบโอนผลการเรียน เพื่อรักษาสิทธิของนักเรียนที่เรียนในหลักสูตรฐานสมรรถนะ
  • มีการพัฒนา ระบบประกันคุณภาพรูปแบบใหม่ สำหรับพื้นที่นวัตกรรม ที่เน้น “ผลลัพธ์เชิงสมรรถนะ” เป็นหลัก
โรงเรียนได้รับการสนับสนุนจากกลไกในพื้นที่
  • ได้รับความช่วยเหลือจากทั้งหน่วยงานในพื้นที่และผู้เชี่ยวชาญภายนอก เช่น อาจารย์จากมหาวิทยาลัย ภาคเอกชน ภาคประชาสังคม
  • สนับสนุนครูตั้งแต่การออกแบบกิจกรรม การใช้สื่อการสอน การวัดและประเมินผล การจัดการเรียนรู้แบบยืดหยุ่น ทำให้ครูเข้าใจแนวคิดสมรรถนะ และมั่นใจในการนำไปใช้จริงมากขึ้น

แผนการใช้หลักสูตร CBE จะได้ใช้ทั่วประเทศหรือไม่

ข้อเสนอแนะปรับหลักสูตร

เรียนไปใช้ได้จริง

การปรับหลักสูตรควรเป็นกระบวนการตามปกติของระบบการศึกษา เสนอให้มีออกกฎหมายกำหนดรายละเอียดเกี่ยวกับการพัฒนาหลักสูตรไว้ในร่าง พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติฉบับใหม่ 

ทดลองก่อนใช้จริงและนำบทเรียนที่เกิดขึ้นมาปรับหลักสูตร เช่น นำร่องผ่าน พื้นที่นวัตกรรมการศึกษา

สื่อสารชัดเจนเพื่อความมั่นใจในการปฏิบัติ พร้อมรับฟังความคิดเห็น

ผู้ปกครอง / สังคมช่วยกัน

ติดตามสถานการณ์การพัฒนาหลักสูตรจากกระทรวงศึกษาธิการอย่างใกล้ชิด

มีส่วนร่วม และสนับสนุนบุตรหลาน ในการให้ความเห็นต่อร่างหลักสูตร เมื่อมีการเปิดรับฟังความเห็น

ส่งเสียงปกป้องสิทธิ เมื่อการพัฒนาหลักสูตรไม่มีความคืบหน้า พัฒนาไปผิดทิศทาง หรือถูกล้มเลิก