tdri logo
tdri logo
17 พฤศจิกายน 2025
Read in 5 Minutes

Views

ทีดีอาร์ไอ หนุนพัฒนาทักษะ-นวัตกรรม สู่โมเดลการพัฒนาใหม่ ชี้จะสำเร็จได้ต้องเกิด “สามประสาน” ความร่วมมือ “รัฐ-วิชาการ-เอกชน”

ทีดีอาร์ไอ หนุนพัฒนาทักษะ-นวัตกรรม สู่โมเดลการพัฒนาใหม่ ชี้จะสำเร็จได้ต้องเกิด “สามประสาน” ความร่วมมือ “รัฐ-วิชาการ-เอกชน” แต่ในปัจจุบันระบบนวัตกรรมและระบบพัฒนาทักษะแรงงานไทยยังมีข้อจำกัด เสนอบีโอไอปรับมาตราการจูงใจเอกชนผลิตกำลังคนตอบโจทย์อุตสาหกรรม พร้อมชุบชีวิตสถาบันเฉพาะทางซึ่งจะเป็นตัวกลางเชื่อมโยงสามฝ่ายเข้าด้วยกัน

ดร.เสาวรัจ รัตนคำฟู ผู้อำนวยการวิจัย ด้านนโยบายนวัตกรรมเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน และนายณัฐสิฏ รักษ์เกียรติวงศ์ นักวิจัยอาวุโส ทีดีอาร์ไอ กล่าวในหัวข้อ “การพัฒนาทักษะและนวัตกรรมสู่โมเดลการพัฒนาใหม่” ว่า โมเดลการพัฒนาใหม่ของไทยต้องอาศัยการประสานการทำงานในสามภาคส่วนระหว่างภาคเอกชน ภาครัฐ และภาควิชาการ โดยภาครัฐต้องทำหน้าที่กำหนดกติกา มาตรการสนับสนุน และสร้างระบบนิเวศที่เอื้อต่อการพัฒนา ภาควิชาการต้องสร้างองค์ความรู้จากการวิจัยที่นำไปใช้ในเชิงพาณิชย์ได้ และผลิตกำลังคนที่มีทักษะ ขณะที่ภาคเอกชนนำเทคโนโลยีไปประยุกต์ใช้จริงเพื่อยกระดับผลิตภาพและการแข่งขันของประเทศ  อย่างไรก็ตาม ระบบนวัตกรรมของไทยไม่เอื้อต่อการขับเคลื่อนโมเดลการพัฒนาใหม่ แม้ว่าจะมีตัวอย่างความร่วมมือในบางอุตสาหกรรม เช่น อุตสาหกรรมฮาร์ดดิสก์ไดร์ฟ และอุตสาหกรรมเทคโนโลยีด้านสุขภาพอยู่บ้าง แต่ก็ยังมีจำนวนไม่มากและยังมีข้อจำกัดอยู่มาก เช่น เงินลงทุนด้านวิจัยและพัฒนายังอยู่ในระดับต่ำ และการวิจัยที่เกิดขึ้นไม่สามารถสร้างผลกระทบเชิงเศรษฐกิจหรือเชิงอุตสาหกรรมได้อย่างเพียงพอ

ดังนั้นเพื่อสร้างความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาควิชาการ และภาคเอกชนของไทยให้มีประสิทธิผล จำเป็นต้องปรับบทบาทของภาครัฐให้สนับสนุนการทำงานร่วมกับภาคเอกชนมากขึ้น ได้แก่ การสนับสนุนให้เอกชนรวมตัวกันเพื่อสร้างความเข้มแข็งผ่านแพลตฟอร์ม Reinvent Thailand การกำหนดเป้าหมายเชิงยุทธศาสตร์ที่ชัดเจนและต่อเนื่อง การจัดตั้งสถาบันวิจัยเทคโนโลยีอุตสาหกรรม การสร้างทรัพย์สินทางปัญญา และการถ่ายทอดเทคโนโลยีสู่ภาคเอกชนให้มากขึ้น การดำเนินการเหล่านี้จะช่วยให้ความร่วมมือ 3 ฝ่ายเกิดขึ้นจริง และเป็นรากฐานสำคัญของการยกระดับเศรษฐกิจไทยในระยะยาว 

อย่างไรก็ตาม การสร้างนวัตกรรมทางเทคโนโลยีดังกล่าว จะเกิดขึ้นได้ก็ต้องมีการพัฒนาทักษะให้แก่แรงงานไทยควบคู่ไปด้วย ทั้งนี้นโยบายภาครัฐในปัจจุบันยังแยกส่วนระหว่างการพัฒนาเทคโนโลยีออกจากการพัฒนาทักษะ นอกจากนี้มาตรการส่งเสริมการพัฒนาฝีมือแรงงานยังล้มเหลว โดยพบว่ากว่า 99.6% ของบริษัท จัดฝึกอบรมให้ลูกจ้างเพียงเพื่อทำตามกฎหมายและไม่ต้องจ่ายเงินสมทบเท่านั้น ไม่ได้เน้นการพัฒนาทักษะให้เหมาะสมกับเทคโนโลยีสมัยใหม่

“ตราบใดที่เทคโนโลยีใหม่ไม่ถูกนำไปใช้เพราะคนขาดทักษะ และตราบใดที่การพัฒนาทักษะไม่สอดคล้องกับเทคโนโลยีที่พัฒนาต่อเนื่องไป ประเทศไทยก็จะไม่สามารถยกระดับผลิตภาพและสร้างงานดีมีรายได้สูงได้ ทางออกจึงต้องมุ่งเป้าไปที่การสร้างกลไกเชื่อมโยงระหว่างภาคเอกชนกับภาควิชาการอย่างใกล้ชิด โดยมีภาครัฐเป็นผู้สนับสนุนหลัก”

ทีดีอาร์ไอ จึงเสนอแนวทางปฏิรูปทักษะคู่เทคโนโลยี ผ่าน 2 กลไกสำคัญ คือ 1. การสร้างแรงจูงใจให้ภาคเอกชนหันมาร่วมมือกับภาควิชาการในการผลิตกำลังคน และทำวิจัยที่ตอบโจทย์อุตสาหกรรมจริง พร้อมทั้งปรับ KPI และจัดสรรงบประมาณเพื่อจูงใจภาคการศึกษาให้ตอบโจทย์ความต้องการของภาคเอกชนมากขึ้น และ 2. ชุบชีวิตสถาบันเฉพาะทางอุตสาหกรรมต่าง ๆ ให้กลับมามีบทบาททำหน้าที่เป็นตัวกลางเชื่อมโยงความต้องการของอุตสาหกรรมเข้ากับภาควิชาการ เพื่อสร้างระบบที่การพัฒนานวัตกรรมและการพัฒนาทักษะเกิดขึ้นควบคู่กัน

ห่วงขีดความสามารถรัฐไทยตามหลังอาเซียน แนะปรับบทบาทให้รัฐเป็นผู้สนับสนุนภาคเอกชนในการพัฒนาอุตสาหกรรมใหม่ เสนอตั้ง 3 อนุ.กก. “ทักษะ-นวัตกรรม-กฎระเบียบ” เพื่อต่อยอด Reinvent Thailand แนะทบทวนกฎเกณฑ์ที่เป็นอุปสรรค-เพิ่มความสะดวก หนุนใช้ ‘Super license’ ออกใบอนุญาตที่ครอบคลุมในใบเดียว 

ดร.บุญวรา สุมะโน และดร.กิรติพงศ์ แนวมาลี นักวิชาการอาวุโสทีดีอาร์ไอ กล่าวในหัวข้อ “บทบาทภาครัฐไทยในโลกใหม่” ว่า ขีดความสามารถภาครัฐไทยโดยรวมยังอยู่ในระดับต่ำและถดถอยลง โดยจากเดิมที่เคยเก่งอันดับ 2 ในอาเซียนเมื่อ 30 กว่าปีก่อน กลับตกต่ำลงมาในปัจจุบันจนตามหลังทั้งมาเลเซียและเวียดนาม ซึ่งทำให้ภาครัฐไม่สามารถเป็นผู้นำในการดำเนินนโยบายอุตสาหกรรมได้ บทบาทใหม่ของภาครัฐไทยจึงควรเป็นผู้สนับสนุนภาคเอกชนที่รับรู้ปัญหาและมีความเข้าใจมากกว่า แต่ต้องทำควบคู่ไปกับการมีมาตรการป้องกันการเกิดระบบอุปถัมภ์ และคอร์รัปชัน โดยในปัจจุบันมี Reinvent Thailand ซึ่งเป็นร่างพิมพ์เขียวความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชนอยู่แล้ว จึงควรผลักดันให้เกิดขึ้นจริง โดยเพิ่มการมีส่วนร่วมของภาคส่วนอื่นและต่อยอดการทำงาน ติดตามมาด้วยการตั้งคณะอนุกรรมการใน 3 ด้านที่มีความสำคัญต่อการพัฒนาอุตสาหกรรมใหม่ คือ ทักษะ นวัตกรรม และกฎระเบียบ

ในส่วนของคณะอนุกรรมการด้านกฎระเบียบภายใต้ Reinvent Thailand นั้น ควรเป็นการร่วมกันทำงานระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชนและภาคส่วนอื่นอย่างจริงจัง เพื่อแก้ไขข้อจำกัดของกฎระเบียบที่เป็นอุปสรรคฉุดรั้งการดำเนินนโยบายอุตสาหกรรมใหม่ โดยมีการดำเนินงานร่วมกันอย่างน้อย 3 ด้าน ประกอบด้วย 1. การทบทวนกฎระเบียบเป็นกลุ่มตามประเด็น (Thematic Review) ที่มองภาพใหญ่ทั้งกระบวนการแทนการทบทวนแยกทีละฉบับ 2. การอำนวยความสะดวกด้วยการออกใบอนุญาตแบบ Super license  และ 3. กำหนดมาตรฐานที่เกี่ยวข้องกับการประกอบธุรกิจที่ใช้ได้จริง  

จากนั้นเป็นเวทีเสวนา “ขับเคลื่อนประเทศไทยสู่โมเดลใหม่ในการพัฒนา” โดยมีดร.ศุภวุฒิ สายเชื้อ ประธานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ นายพิศาล มาณวพัฒน์ อดีตเอกอัครราชทูต และกรรมการทีดีอาร์ไอ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรี และหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชนร่วมเสวนา

สรุปเนื้อหางานสัมมนาช่วงเช้า ทีดีอาร์ไอจัดสัมมนาสาธารณะ “ก้าวข้ามโลกเก่า ด้วยโมเดลใหม่ในการพัฒนาประเทศ” เสนอแนวทางสร้างเศรษฐกิจให้เติบโตด้วยเครื่องจักรใหม่ ในยุคโลกาภิวัฒน์ย้อนกลับ

คิดเรื่องใหญ่ มองให้ไกล ใส่เลนส์ใหม่ และทำให้จริง คำกล่าวเปิดงานสัมมนาโดยดร.วิรไท สันติประภพ ประธานกรรมการทีดีอาร์ไอ


นักวิจัย

ดร. เสาวรัจ ตั้งกิจวานิชย์
ผู้อำนวยการวิจัย ด้านนโยบายนวัตกรรมเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน
ดร. บุญวรา สุมะโน
นักวิชาการอาวุโส
ดร. กิรติพงศ์ แนวมาลี
นักวิชาการอาวุโส

แชร์บทความนี้

เรื่องที่คุณอาจสนใจ

ดูทั้งหมด