tdri logo
tdri logo
การพัฒนาการศึกษาและกำลังคนด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิศวกรรมศาสตร์ และคณิตศาสตร์ ของประเทศไทย
14 มกราคม 2026
การพัฒนาการศึกษาและกำลังคนด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิศวกรรมศาสตร์ และคณิตศาสตร์ ของประเทศไทย

ประเทศไทยมีอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจและความสามารถในการแข่งขันที่ลดลง จึงจำเป็นต้องปรับโครงสร้างทางเศรษฐกิจสู่เศรษฐกิจฐานนวัตกรรมโดยการพัฒนากำลังคนด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิศวกรรม ศาสตร์ และคณิตศาสตร์ (STEM) การศึกษานี้จึงมีวัตถุประสงค์ที่สำคัญคือ 1) เพื่อศึกษาห่วงโซ่คุณค่า (value chain) ของการผลิตและการบริหารกำลังคนด้าน STEM ของไทยในแต่ละระดับการศึกษา 2) เพื่อศึกษาการขยายผลความเชื่อมโยงการผลิตกำลังคนด้าน STEM เพื่อตอบสนองต่อความต้องการของตลาดแรงงาน และ 3) เพื่อวิเคราะห์ความพร้อมและจัดทำข้อเสนอแนะเชิงนโยบายในการพัฒนากำลังคนด้าน STEM เพื่อตอบสนองต่อความต้องการของตลาดแรงงาน เพื่อเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนการพัฒนาทางเศรษฐกิจของไทย

    ผลการศึกษาพบว่า การศึกษา STEM ในระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานของไทยยังขาดกลไกในการปรับหลักสูตรของประเทศให้ทันสมัย โรงเรียนขาดงบประมาณที่เพียงพอต่อการจัดการศึกษาให้มีคุณภาพ และขาดกลไกสร้างความรับผิดรับชอบของผู้เรียนและครูต่อเป้าหมายการเรียนรู้ในหลักสูตร ในขณะที่ ปัญหาสำคัญของระบบอาชีวศึกษาอยู่ที่คุณภาพ โดยเริ่มตั้งแต่ผู้เข้าเรียนมีความสามารถด้าน STEM ต่ำกว่าระดับพื้นฐาน ระบบอาชีวศึกษายังไม่สามารถตอบ สนองต่อความต้องการของภาคเอกชนและขาดระบบการติดตามผลที่ดีหลังสำเร็จการศึกษา การประกันคุณภาพภายในที่ไม่มุ่งให้เกิดการพัฒนาที่ต่อเนื่อง ครูขาดประสบการณ์ จริงในภาคเอกชน สถาบันอาชีวศึกษาขาดครุภัณฑ์ที่ทันสมัย และการขยายตัวของระบบอาชีวศึกษาทวิภาคียังจำกัด

    ในระดับอุดมศึกษา ปัญหาของกำลังคนในระดับ อุดมศึกษาเกิดขึ้นทั้งในเชิงปริมาณและคุณภาพ โดยกำลังคนบางสาขามีปริมาณไม่เพียงพอต่อความต้องการของตลาด แรงงาน ขณะที่ในบางสาขามีกำลังคนมากกว่าความต้องการ ส่วนปัญหาเชิงคุณภาพคือ การออกกลางคันของนักศึกษาสาขา STEM และบัณฑิตมีทักษะที่ไม่สอดคล้องกับทักษะที่ตลาดต้องการ ในขณะที่แรงงานในตลาดแรงงานส่วนใหญ่ขาดการพัฒนาทักษะอย่างต่อเนื่องเพื่อให้ทันกับการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี

    คณะผู้วิจัยมีข้อเสนอแนะทางนโยบายที่สำคัญ ได้แก่ (1) การปรับระบบการศึกษาพื้นฐานให้เอื้อต่อการสร้างทักษะพื้นฐานด้าน STEM ทั้งการปรับหลักสูตรแกนกลางอย่างสม่ำเสมอ การส่งเสริมการผลิตครูด้าน STEM ในระบบปิด (2) การปรับระบบอาชีวศึกษาที่ควรลงทุนในครุภัณฑ์การศึกษาให้ทันสมัย ระดมทรัพยากรจากภาคเอกชนมาบริหารระบบทวิภาคี และพัฒนาระบบประกันคุณภาพภายนอก (3) การปรับระบบอุดมศึกษา โดยเชื่อมโยงกับภาคเอกชนเพื่อพัฒนาทักษะบัณฑิตให้ตรงตามความต้องการของตลาด และเปิดเผยข้อมูลผลการเรียนรู้ในแต่ละหลักสูตรของบัณฑิตต่อสาธารณะ และ (4) การใช้การเงินด้านอุปสงค์ในการฝึกทักษะแก่แรงงาน โดยให้การอุดหนุนการฝึกทักษะให้แก่แรงงานหรือนายจ้างโดยตรง เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิต

    ที่มา
    รายงานฉบับสมบูรณ์ การพัฒนาการศึกษาและกำลังคนด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิศวกรรมศาสตร์ และคณิตศาสตร์ ของประเทศไทย โดย ดร.เสาวรัจ รัตนคำฟู และคณะ, พฤศจิกายน 2567, ได้รับทุนอุดหนุนการวิจัยจาก สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ.


    คณะผู้วิจัย
    ดร.เสาวรัจ รัตนคำฟู
    ดร.ทศพล ป้อมสุวรรณ
    พงศ์ทัศ วนิชานันท์
    ณัฐสิฏ รักษ์เกียรติวงศ์
    ทัฬหวิชญ์ ฐิติรัตน์สกุล
    สุนทร ตันมันทอง
    วรากร อาวุธปัญญากุล
    ธีรภัทร กัมมาระบุตร
    ปิยาภัสร์ ปันฉิม
    นภฤทธิ์ ฉันทวศินกุล
    นัชชา ยงพิพัฒน์วงศ์
    พิทวัส นามนวด
    วินิทร เธียรวณิชพันธุ์
    นรินทร์ ธนนิธาพร

    นักวิจัย

    ดร. เสาวรัจ รัตนคำฟู
    ผู้อำนวยการวิจัย ด้านนโยบายนวัตกรรมเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน
    พงศ์ทัศ วนิชานันท์
    นักวิจัยอาวุโส

    แชร์บทความนี้

    เรื่องที่คุณอาจสนใจ

    ดูทั้งหมด