tdri logo
tdri logo
11 กุมภาพันธ์ 2026
Read in 5 Minutes

Views

ความปลอดภัยทางถนน: ปัญหาเดิม โจทย์ใหญ่ ของรัฐบาลใหม่

ตลอดกว่า 2 ทศวรรษที่ผ่านมา ประเทศไทยมีกรอบนโยบายด้านความปลอดภัยทางถนนออกมาอย่างต่อเนื่อง แต่ตัวเลขการเสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนนกลับยังอยู่ในระดับสูงจนน่าตั้งคำถาม อุบัติเหตุทางถนนในวันนี้จึงไม่ใช่แค่เรื่อง “ความประมาทส่วนบุคคล” หากแต่เป็น ต้นทุนทางเศรษฐกิจของประเทศ ที่ถูกประเมินว่าสูงกว่า 3.3% ของ GDP หรือราว 5.9 แสนล้านบาทต่อปี

ขณะเดียวกัน ข้อมูลในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา (2565-2567) แสดงให้เห็นว่า ประเทศไทยมีผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนนเฉลี่ยราว 17,000 รายต่อปี ตัวเลขเหล่านี้สะท้อนชัดว่า แม้จะมีแผน มีเป้าหมาย และมีกรอบนโยบาย แต่ผลลัพธ์เชิงรูปธรรมในการลดความเสี่ยงบนท้องถนนยังไม่เกิดขึ้นเท่าที่ควร

ประเด็นเหล่านี้จึงไม่ใช่เพียงภาพสะท้อนของอดีต แต่เป็นโจทย์สำคัญที่วางอยู่ตรงหน้ารัฐบาลใหม่อย่างชัดเจน และไม่ควรมองเป็นเพียง “มรดกปัญหาเดิม” หากแต่เป็นสัญญาณเตือนว่าความปลอดภัยทางถนนต้องถูกยกระดับเป็นวาระนโยบายที่ให้ผลลัพธ์ตรวจสอบได้

เว็บไซต์ Road Safety Policy
E-book โครงการการประเมินผลและการขับเคลื่อนนโยบายความปลอดภัยทางถนน ภายใต้แผนแม่บทฉบับที่ 5

เป้าหมายอยู่ไกลขึ้น หากยังไม่เข้าใจว่าความสูญเสียเกิดกับใคร

เมื่อเปรียบเทียบผลการดำเนินงานกับเป้าหมายการลดการเสียชีวิต จะเห็น “ช่องว่าง” ระหว่างเส้นเป้าหมายกับผลจริงอย่างชัดเจน และแนวโน้มช่องว่างดังกล่าวยังมีโอกาสขยายตัวต่อเนื่องไปจนถึงปี 2570 นี่คือสัญญาณเตือน หากยังไม่เข้าใจว่า ความสูญเสียกระจุกตัวอยู่ที่ใครและเกิดจากความเสี่ยงแบบใด เป้าหมายที่ตั้งไว้ยากจะไปถึง

ข้อมูลชี้ชัด: ความสูญเสียกระจุกตัวอยู่ที่ใด

ความสูญเสียบนถนนไทยยังคงเชื่อมโยงกับพฤติกรรมเสี่ยงหลัก ได้แก่ การขับขี่โดยไม่มีใบอนุญาต การไม่สวมหมวกนิรภัย และความเร็ว โดยรถจักรยานยนต์เป็นจุดศูนย์กลางของปัญหา มีสัดส่วนผู้เสียชีวิตสูงถึง 81.1%

หากมองตามช่วงวัย ความสูญเสียกระจุกตัวในกลุ่มเด็กและเยาวชนอายุ 15–24 ปี ซึ่งเป็นวัยเริ่มขับ-ขี่บนท้องถนน ขณะเดียวกัน ประเทศไทยกำลังเผชิญความเสี่ยงใหม่จากโครงสร้างประชากร โดยกลุ่มผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป มีสัดส่วนการเสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในช่วงหลัง

ข้อมูลเหล่านี้สะท้อนว่า นโยบายแบบ “เหมาเข่ง” สูตรเดียวใช้กับทุกกลุ่มไม่เพียงพออีกต่อไป และรัฐบาลจำเป็นต้องกำหนดมาตรการที่ตอบโจทย์ความเสี่ยงเฉพาะกลุ่มอย่างจริงจัง

คอขวดเชิงนโยบายที่รัฐบาลใหม่ต้องกล้าแก้

การทบทวนการขับเคลื่อนที่ผ่านมา พบข้อจำกัดสำคัญใน 3 มิติ ในด้านการบังคับใช้กฎหมาย ระบบใบอนุญาตขับขี่ และโครงสร้างพื้นฐานถนน ซึ่งเป็นจุดที่รัฐบาลมีบทบาทโดยตรงในการปลดล็อก

การบังคับใช้กฎหมาย

แม้กฎหมายจะมีอยู่ครบถ้วน แต่อัตราโทษยังไม่สะท้อนความรุนแรงของพฤติกรรมเสี่ยง ค่าปรับบางส่วนยังเป็นอัตราที่ใช้มากว่า 40 ปี กระบวนการออกใบสั่งที่ล่าช้าทำให้การรับรู้โทษไม่เชื่อมโยงกับพฤติกรรมในเวลาที่เหมาะสม ระบบตัดคะแนนจึงทำงานได้ไม่เต็มที่ และการบังคับใช้ยังพึ่งพากำลังคนมากกว่าเทคโนโลยี

ระบบใบอนุญาตขับขี่

การอบรมและทดสอบยังไม่เน้นทักษะการขับขี่เชิงป้องกัน และไม่สะท้อนความเสี่ยงที่แตกต่างของรถแต่ละประเภท เงื่อนไขใบอนุญาตชั่วคราวแทบไม่ต่างจากใบอนุญาตเต็มรูปแบบ ขณะที่กลุ่มเด็ก เยาวชน และผู้สูงอายุจำนวนมากยังเข้าไม่ถึงระบบใบขับขี่จากข้อจำกัดด้านต้นทุนและเวลา

โครงสร้างพื้นฐานถนน

ถนนจำนวนมากยังถูกออกแบบเพื่อความเร็วสูง แม้บริบทการใช้งานจริงจะเป็นพื้นที่เมืองและชุมชน ระบบประเมินความปลอดภัยยังแยกส่วนจากการตัดสินใจด้านงบประมาณ และขาดการสื่อสารผลต่อสาธารณะอย่างต่อเนื่อง

ข้อเสนอถึงรัฐบาลใหม่: จาก “มีนโยบาย” สู่ “นโยบายที่เห็นผล”

หากรัฐบาลใหม่ต้องการสร้างความเปลี่ยนแปลงที่ประชาชนสัมผัสได้ นโยบายความปลอดภัยทางถนนจำเป็นต้องขยับพร้อมกันทั้งระบบ และให้ความสำคัญกับผลลัพธ์มากกว่ากิจกรรม ดังนี้

  • ทำให้การบังคับใช้กฎหมาย ทันสมัย โปร่งใส และตรวจสอบได้ โดยใช้เทคโนโลยีดิจิทัลมาสนับสนุนเป็นหลัก
  • ปฏิรูประบบใบขับขี่เพื่อคัดกรองความเสี่ยงตั้งแต่ต้นทาง และสร้างพฤติกรรมปลอดภัยในระยะยาว
  • จัดการความเร็วและออกแบบระบบถนนใหม่ให้ปลอดภัยสำหรับผู้ใช้ถนนทุกกลุ่ม ไม่ใช่เฉพาะผู้ใช้รถยนต์

ที่สำคัญที่สุด รัฐบาลควรลงทุนกับ ระบบติดตามและประเมินผล (Monitoring & Evaluation: M&E) อย่างจริงจัง เพื่อทำให้ทุกนโยบาย “วัดได้ ตรวจสอบได้ และปรับได้” โดยตัวอย่างเป้าหมายเชิงรูปธรรมภายในปี 2570 เช่น

  • เพิ่มจำนวนผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ที่มีใบขับขี่สะสมเป็น 18 ล้านใบ
  • เพิ่มสัดส่วนการใช้เทคโนโลยีบังคับใช้กฎหมาย ผ่านจำนวนกล้องตรวจจับความเร็วต่อประชากร 1 ต่อ 8,100 คน
  • ขยายถนนความเร็วต่ำ 50 กม./ชม. ให้ครอบคลุม ร้อยละ 80 ของทางหลวงที่ผ่านเขตเมือง

ความปลอดภัยทางถนน คือบททดสอบความจริงจังของรัฐบาล

ความปลอดภัยทางถนนไม่ใช่เรื่องเทคนิคเฉพาะกลุ่ม แต่เป็นวาระสาธารณะที่สะท้อนความสามารถของรัฐในการปกป้องชีวิตประชาชนและใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า

เว็บไซต์ Road Safety Policy ของ TDRI ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อนำเสนอหลักคิดงานวิจัยนโยบายด้านความปลอดภัยทางถนน ผ่านมุมมองเชื่อมโยง “คน รถ ถนน” 3 ปัจจัยที่ต้องคิดเมื่อพูดถึงการออกแบบความปลอดภัยทางถนน เว็บไซต์นี้รวบรวมข้อมูลสถิติเจ็บตาย บทวิเคราะห์และนำเสนอนโยบายจากข้อมูล อีกทั้งติดตามผลลัพธ์เชิงนโยบายในรายพื้นที่จังหวัดต่างๆที่นักวิจัยทำงาน ชวนสังคมร่วมกันตรวจสอบ ตั้งคำถาม และให้ข้อมูลในส่วนท้ายของเว็บไซต์ เพื่อผลักดันให้ความปลอดภัยทางถนนเดินหน้าอย่างต่อเนื่องไปพร้อมกับนโยบาย 

บทความโดยทีมนโยบายด้านการขนส่งและโลจิสติกส์ ทีดีอาร์ไอ

E-book โครงการการประเมินผลและการขับเคลื่อนนโยบายความปลอดภัยทางถนน ภายใต้แผนแม่บทฉบับที่ 5

นักวิจัย

แชร์บทความนี้

เรื่องที่คุณอาจสนใจ

ดูทั้งหมด