ประเทศไทยเผชิญปัญหาอุบัติเหตุทางถนนมาอย่างยาวนานและรุนแรงต่อเนื่อง แม้ภาครัฐจะมีการดำเนินมาตรการและบังคับใช้แผนแม่บทความปลอดภัยทางถนนหลายฉบับ โดยเฉพาะแผนแม่บทฯ ฉบับที่ 5 (พ.ศ. 2565–2570) ที่ตั้งเป้าลดจำนวนผู้เสียชีวิตให้เหลือไม่เกิน 12 คนต่อแสนประชากรภายในปี 2570 แต่สถานการณ์ในช่วงครึ่งแรกของการดำเนินแผนยังสะท้อนความท้าทายสำคัญ ทั้งจำนวนผู้เสียชีวิตที่ลดลงอย่างจำกัด ความเสี่ยงจากการใช้รถจักรยานยนต์ พฤติกรรมไม่สวมหมวกนิรภัย การใช้ความเร็วเกินกำหนด ตลอดจนความเสี่ยงที่เปลี่ยนแปลงไปตามโครงสร้างประชากร โดยเฉพาะในกลุ่มเด็ก เยาวชน และผู้สูงอายุ รายงานฉบับนี้จึงมุ่งประเมินผลการขับเคลื่อนนโยบายความปลอดภัยทางถนนในช่วงปี 2565–2567 วิเคราะห์ความเสี่ยงและอุปสรรคเชิงโครงสร้าง รวมถึงสังเคราะห์ข้อเสนอเชิงนโยบายเพื่อสนับสนุนการปรับปรุงมาตรการและการดำเนินงานของภาครัฐให้สามารถยกระดับความปลอดภัยบนท้องถนนไทยได้อย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน
การประเมินสถานการณ์และแนวโน้มอุบัติเหตุ
วิเคราะห์ข้อมูลผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจากอุบัติเหตุทางถนน เปรียบเทียบกับเป้าหมายระดับประเทศและระดับจังหวัด พบว่าส่วนใหญ่ยังไม่สามารถบรรลุเป้าหมายที่กำหนดไว้ และมีความเหลื่อมล้ำของผลลัพธ์ระหว่างพื้นที่
ความเสี่ยงสำคัญในช่วงครึ่งแรกของแผนแม่บทฯ ฉบับที่ 5
ระบุปัจจัยเสี่ยงหลักที่ยังจัดการได้ยาก ได้แก่
- ผู้ใช้รถจักรยานยนต์ยังเป็นกลุ่มที่เสียชีวิตสูงที่สุด
- การไม่สวมหมวกนิรภัยยังอยู่ในระดับสูง
- การใช้ความเร็วเกินกำหนดและกายภาพถนนที่ไม่ปลอดภัย
- ความเสี่ยงในกลุ่มเด็ก เยาวชน และแนวโน้มความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นในกลุ่มผู้สูงอายุ
การทบทวนมาตรการและการดำเนินงานของรัฐ
วิเคราะห์กฎหมาย มาตรการ การบังคับใช้ เทคโนโลยี (เช่น กล้อง AI) และบทบาทของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งส่วนกลางและท้องถิ่น พร้อมตัวอย่างพื้นที่ที่มีแนวปฏิบัติที่น่าสนใจ
ข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย
เสนอแนวทางปรับปรุงการดำเนินงานในช่วงครึ่งหลังของแผนแม่บทฯ เพื่อให้บรรลุเป้าหมายได้จริง โดยเน้นการจัดการความเสี่ยงเฉพาะกลุ่ม การบูรณาการข้อมูลและหน่วยงาน การเสริมบทบาทท้องถิ่น และการสร้างความต่อเนื่องของมาตรการ









































