tdri logo
tdri logo
28 เมษายน 2026
Read in 5 Minutes

Views

ขึ้นค่าธรรมเนียมสนามบิน กับคำถามถึงความโปร่งใส

การเดินทางไปต่างประเทศกำลังจะแพงขึ้น หลังจากที่คณะกรรมการการบินพลเรือน (กบร.) ได้มีมติเห็นชอบให้ท่าอากาศยานภายใต้การดูแลของบริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) (ทอท.) ปรับขึ้นค่าบริการผู้โดยสารขาออก (Passenger Service Charge: PSC) ระหว่างประเทศใน 6 สนามบินหลัก ประกอบด้วย สุวรรณภูมิ ดอนเมือง เชียงใหม่ ภูเก็ต หาดใหญ่ เชียงราย จาก 730 บาท เป็น 1,120 บาท หรือเพิ่มขึ้น 53% โดยมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 20 มิ.ย. 2569 เป็นต้นไป ซึ่งจะส่งผลให้ราคาตั๋วโดยสารปรับสูงขึ้นตามไปด้วยเช่นกัน

การปรับขึ้นค่า PSC ครั้งใหม่นี้นับว่าเป็นการปรับครั้งใหญ่ในรอบ 10 ปีที่ผ่านมา โดยในอดีตมีการปรับขึ้นจาก 500 บาทเป็น 700 บาทในปี 2550 และในอีก 7 ปีถัดมาหรือในปี 2567 ปรับเป็น 730 บาท เพื่อรองรับระบบบริการผู้โดยสารอัตโนมัติ

ปัจจุบันค่าบริการ PSC ของประเทศไทยมีอัตราที่แตกต่างในกันแต่ละสนามบินตามลักษณะผู้ดำเนินการสนามบิน ซึ่งอัตราในประเทศจะต่ำกว่าอัตราระหว่างประเทศ และการปรับขึ้นค่า PSC ครั้งนี้ไม่ส่งผลกระทบต่อราคาเที่ยวบินในประเทศแต่อย่างใด  

ผู้ดำเนินการสนามบินท่าอากาศยานภายใต้ การดูแลค่าบริการผู้โดยสารขาออก (บาท/ครั้ง)
ระหว่างประเทศในประเทศ
บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน)สุวรรณภูมิ ดอนเมือง เชียงใหม่ ภูเก็ต หาดใหญ่ เชียงรายไม่เกิน 730 บาทไม่เกิน 130 บาท
บริษัทการบินกรุงเทพ จำกัด (มหาชน)ตราด สมุย สุโขทัยสมุย ไม่เกิน 700 บาทสุโขทัย ไม่เกิน 500 บาทตราด ไม่เกิน 200 บาทสมุยและสุโขทัย ไม่เกิน 400 บาท
กรมท่าอากาศยานกลุ่ม 1*กลุ่ม 2**เบตงกลุ่ม 1 ไม่เกิน 400 บาทกลุ่ม 2 ไม่เกิน 425 บาทกลุ่ม 1 ไม่เกิน 50 บาทกลุ่ม 2 ไม่เกิน 75 บาทเบตง ไม่เกิน 50 บาท
กองทัพเรืออู่ตะเภา ระยอง พัทยาไม่เกิน 400 บาทไม่เกิน 50 บาท
ที่มา: สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (2567)

หมายเหตุ: * กลุ่ม 1: ชุมพร ตรัง ตาก  นครพนม นครราชสีมา นราธิวาส น่านนคร บุรีรัมย์ ปัตตานี ปาย เพชรบูรณ์ แพร่ แม่สอด แม่สะเรียง แม่ฮ่องสอน ร้อยเอ็ด ระนอง ลำปาง เลย สกลนคร หัวหิน อุดรธานี

** กลุ่ม 2: กระบี่ สุราษฎร์ธานี อุบลราชธานี ขอนแก่น นครศรีธรรมราช พิษณุโลก

แม้ว่า ทอท. ได้ชี้แจงเหตุผลของการปรับราคาครั้งนี้ เพื่อรองรับต้นทุนการดำเนินงานและปรับปรุงบริการของทั้ง 6 สนามบินในอนาคต แต่ทว่ายังไม่ปรากฎรายละเอียดต้นทุนที่เพิ่มขึ้น หรือความเชื่อมโยงระหว่างการปรับขึ้นกับแผนการพัฒนาสนามบินในอนาคต แต่ในขณะเดียวกันเมื่อพิจารณาผลประกอบการของทอท. ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมาพบว่า บริษัทมีฐานะทางการเงินที่แข็งแกร่ง มีกำไรจากการดำเนินงานตั้งแต่ 90 บาท/คน ถึง 290 บาท/คน แม้จะได้รับผลกระทบในช่วง Covid-19 แต่สามารถกลับมาฟื้นตัวได้ โดยล่าสุดในปี 2568 ทอท. มีกำไรจากการดำเนินงานถึง 25,859 ล้านบาท

หากพิจารณาผลประกอบการรายสนามบินพบว่า สนามบินหลักอย่าง สุวรรณภูมิ ดอนเมือง ภูเก็ต และเชียงใหม่มีกำไรจากการดำเนินการ ยกเว้นสนามบินหาดใหญ่และเชียงรายที่ยังคงประสบกับภาวะขาดทุน เนื่องจากมีสัดส่วนเที่ยวบินภายในประเทศสูง  ซึ่งแสดงให้เห็นว่าอัตรา PSC ในประเทศอาจจะไม่สะท้อนต้นทุนที่แท้จริง จึงทำให้ขาดทุน ส่วนสนามบินที่มีสัดส่วนเที่ยวบินระหว่างประเทศสูงได้รับ PSC ในอัตราที่สูงกว่าจึงทำให้มีกำไร รวมถึงอาจมีการพึ่งพารายได้ของเที่ยวบินระหว่างประเทศมาชดเชยในส่วนที่สนามบินขาดทุนอีกทางหนึ่ง

มองโลกเทียบไทย ปรับขึ้นแบบไหนให้โปร่งใส-ชัดเจน

เมื่อพิจารณาตัวอย่างในต่างประเทศพบว่า โครงสร้างค่าธรรมเนียมที่กำหนดมักจะสะท้อนเหตุผลของราคาอย่างชัดเจน โดยทางทวีปยุโรป สนามบินสามารถตั้งราคาที่แตกต่างกันได้ หากต้นทุนการให้บริการแตกต่างกัน ตัวอย่างสนามบินภายใต้การบริหารของ Aéroports de Parisในฝรั่งเศสที่กำหนดค่าธรรมเนียมผู้โดยสารตามลักษณะปลายทาง โดยหากเป็นภายในประเทศหรือเขต Schengen จะมีอัตราที่ต่ำ ส่วนนอกเขต Schengen และระหว่างประเทศจะมีอัตราที่สูงกว่า 2 เท่า เนื่องจากมีต้นทุนการให้บริการที่แตกต่างกัน

ขณะที่สนามบินของประเทศเพื่อนบ้านอย่าง สนามบินชางกีในสิงคโปร์ ได้กำหนดโครงสร้างค่าธรรมเนียมผู้โดยสารตามวัตถุประสงค์การใช้เงิน ซึ่งจะเห็นได้ว่า 17% ของค่าธรรมเนียมผู้โดยสารที่จัดเก็บไปจะนำไปใช้เพื่อพัฒนาสนามบินในอนาคต

หน่วย: บาท/คนPassenger Service & Security FeeAviation LevyAirport Development LevyTotal
Passenger Charge1,1732022731,649
ที่มา: Changi Airport Group (2026)

หมายเหตุ: อัตราแลกเปลี่ยนดอลลาร์สิงคโปร์ 1S$ = 25.29 บาท ณ วันที่ 22 เม.ย. 2569

สนามบินทั่วโลกมีรูปแบบการดำเนินงานที่แตกต่างกัน ทั้งสนามบินที่ดำเนินการโดยรัฐ หรือให้รัฐวิสาหกิจ/เอกชน (Privatization) เข้ามาบริหาร ส่วนรัฐทำหน้าที่เป็นผู้กำกับดูแล ไม่ว่าสนามบินจะดำเนินการด้วยรูปแบบใด ระบบการกำกับดูแลที่มีประสิทธิภาพจะเป็นเครื่องมือสำคัญในการควบคุมราคา คุณภาพบริการ และการดำเนินงานด้านอื่น ๆ เนื่องจากสนามบินเป็นธุรกิจผูกขาด ใช้เงินลงทุนจำนวนมาก และไม่สามารถสร้างแข่งขันกันได้ จึงทำให้ผู้ประกอบการสนามบินมีโอกาสที่จะกำหนดราคาที่สูงเกินจริง หรือบริหารการลงทุนที่ไม่มีประสิทธิภาพ

ในต่างประเทศมักจะมีกลไกการกำกับดูแลที่โปร่งใสและชัดเจน ทั้งการติดตามผลการดำเนินงาน คุณภาพของบริการ และความโปร่งใสของการเปิดเผยข้อมูลการปรับราคา เช่น ในสหราชอาณาจักร การกำหนดค่าธรรมเนียมสนามบิน Heathrow อยู่ภายใต้เพดานราคาที่กำหนดโดย Civil Aviation Authority (CAA) ซึ่งทบทวนเป็นระยะทุก 5 ปี

ข้อมูลสำคัญที่นำมาพิจารณาประกอบด้วย คาดการณ์ปริมาณผู้โดยสาร ต้นทุนการดำเนินงาน โดยพิจารณาเฉพาะต้นทุนที่มีประสิทธิภาพเท่านั้น งบลงทุนและโครงการพัฒนาซึ่งจะพิจารณาทั้งแผนการลงทุนในอนาคตและความคืบหน้าของโครงการที่ได้ผูกพันไว้ ข้อมูลปัจจัยการเงินและฐานสินทรัพย์ต่าง ๆ รวมถึงตัวชี้วัดคุณภาพบริการอย่าง ระยะเวลารอคอยผู้โดยสาร ความสะอาดพื้นที่ เป็นต้น โดยข้อมูลเหล่านี้ CAA จัดรับฟังความคิดเห็นจากผู้มีส่วนได้ส่วนเสียตามกระบวนการ พร้อมทั้งจัดทำรายงานข้อมูลดังกล่าวต่อสาธารณะ (CAA, 2023)

ขณะที่ออสเตรเลียใช้แนวทางที่ยืดหยุ่นกว่าสหราชอาณาจักร โดยเปิดให้สนามบินกำหนดราคาผ่านการเจรจากับสายการบิน แต่มีหน่วยงานกำกับดูแลอย่าง Australian Competition and Consumer Commission (ACCC) ที่ติดตามและเปิดเผยผลการดำเนินงานของสนามบินอย่างต่อเนื่อง เช่น รายได้การให้บริการทั้งบริการการบินและรายได้เชิงพาณิชย์อื่น ๆ อัตรากำไรการดำเนินงาน ค่าธรรมเนียมย้อนหลัง ความเพียงพอของสิ่งอำนวยความสะดวก ความรวดเร็วในการจัดการผู้โดยสาร เป็นต้น (ACCC, 2025) ดังนั้น แม้ ACCC จะไม่ได้ควบคุมราคาโดยตรง แต่การติดตามและรายงานผลต่อสาธารณะช่วยให้สนามบินตั้งราคาอย่างสมเหตุสมผลยิ่งขึ้น

เมื่อพิจารณากลับมายังประเทศไทย ทอท. เป็นทั้งรัฐวิสาหกิจ (กระทรวงการคลังถือหุ้น 70%) และบริษัทจดทะเบียน อาจสร้างความท้าทายของการกำกับดูแลด้านราคา เนื่องจากมีแรงจูงใจที่ต่างกันระหว่างการสร้างผลตอบแทนให้แก่ผู้ถือหุ้น หรือการกำหนดค่าธรรมเนียมที่เหมาะสมต่อผู้ใช้บริการ แม้ว่า ทอท. จะได้นำส่งข้อมูลประกอบการปรับค่า PSC ให้แก่สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กพท.) และจัดรับฟังความคิดเห็นจากผู้มีส่วนได้ส่วนเสียตามมติประชุมคณะกรรมการการบินพลเรือน ครั้งที่ 3/2568 แล้ว แต่ยังไม่ปรากฎการเปิดเผยรายละเอียดของการปรับครั้งนี้ต่อสาธารณะ ซึ่งแตกต่างแนวปฏิบัติในสหราชอาณาจักร นอกจากนี้ หากในอนาคตมีผู้ประกอบการเอกชนรายอื่นต้องการจะปรับค่าธรรมเนียมในลักษณะเช่นเดียวกัน ภาครัฐก็จำเป็นต้องมีหลักเกณฑ์และกลไกการพิจารณาที่ชัดเจน

การปรับขึ้นค่า PSC ครั้งนี้ เมื่อเทียบกับแนวปฏิบัติในต่างประเทศ ยังมีข้อจำกัดของการเปิดเผยข้อมูลต่อสาธารณะ ซึ่งทำให้เหตุผลของการปรับอัตรายังไม่ชัดเจนเพียงพอต่อผู้ใช้บริการ และสุดท้ายอาจส่งผลต่อความน่าเชื่อถือของการกำกับดูแลในอนาคต ดังนั้น หากการกำกับดูแลไม่โปร่งใส ผลกระทบที่เกิดขึ้นย่อมส่งผลต่อทั้งนักท่องเที่ยวต่างชาติและประชาชนภายในประเทศอย่างแน่นอน

บทความโดย ดร.สุเมธ องกิตติกุล และกิตติยา ยิษฐาณิชกุล ทีมวิจัยนโยบายด้านการขนส่งและโลจิสติกส์ สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ)

อ้างอิง

the ACCC. (2025). Airport Monitoring Report 2023-24. เข้าถึงได้จาก https://www.accc.gov.au/system/files/accc-airport-monitoring-report-2023-24.pdf

the CAA. (2023). Economic regulation of Heathrow Airport: H7 Final Decision Summary. เข้าถึงได้จาก https://www.caa.co.uk/publication/download/20187

https://investor.airportthai.co.th/misc/financials/20251121-aot-fs-fy2025-th.pdf

นักวิจัย

ดร. สุเมธ องกิตติกุล
รองประธานสถาบัน ดูแลงานด้านการบริหารระบบงานภายใน / ผู้อำนวยการวิจัย ด้านนโยบายการขนส่ง และโลจิสติกส์

แชร์บทความนี้

เรื่องที่คุณอาจสนใจ

ดูทั้งหมด