tdri logo
tdri logo
14 พฤษภาคม 2026
Read in 5 Minutes

Views

วิกฤตอุตสาหกรรมข่าวในยุคดิจิทัล เมื่อรายได้ไปไม่ถึงคนทำ

 “ข่าว” มีบทบาทสำคัญต่อสังคมในฐานะกลไกตรวจสอบอำนาจ และเป็นแหล่งข้อมูลสำหรับการตัดสินใจของประชาชน แต่ในปัจจุบัน อุตสาหกรรมข่าวต้องเผชิญกับความท้าทายเนื่องจากรายได้จากการโฆษณาและความสนใจของผู้ใช้งานกลับค่อย ๆ เคลื่อนออกจากองค์กรข่าวไปสู่แพลตฟอร์มดิจิทัลมากขึ้น

ผู้ที่ได้รับผลประโยชน์หลักจึงไม่ใช่ผู้ผลิตข่าวโดยตรง แต่คือแพลตฟอร์มดิจิทัลที่ควบคุมการมองเห็น การกระจายเนื้อหา และความสนใจของผู้ใช้งานผ่านระบบอัลกอริทึม ซึ่งสามารถเปลี่ยนความสนใจเหล่านั้นให้กลายเป็นรายได้จากโฆษณาและข้อมูลเชิงพาณิชย์ในระดับมหาศาลได้

ด้วยเหตุนี้ โจทย์เรื่อง “ความอยู่รอด” ขององค์กรข่าวกำลังกลายเป็นคำถามเชิงโครงสร้างว่า ในเศรษฐกิจดิจิทัลที่อำนาจการเข้าถึงข้อมูลถูกกระจุกตัวอยู่กับแพลตฟอร์มขนาดใหญ่ สังคมจะรักษาระบบข้อมูลข่าวสารที่มีคุณภาพ ความหลากหลาย และสามารถตรวจสอบอำนาจได้อย่างไรในระยะยาว

ออสเตรเลีย” แก้เกมสู้แพลตฟอร์ม เพิ่มทางรอดผู้ผลิตข่าว

“ออสเตรเลีย” ที่ตอนนี้กำลังกลายเป็นสนามทดลองด้านกฎหมายการกำกับดูแลดิจิทัลแพลตฟอร์มอีกครั้ง หลังรัฐบาลเดินหน้าร่างกฎหมายใหม่ชื่อ News Bargaining Incentive เพื่อกดดันให้แพลตฟอร์มขนาดใหญ่อย่าง Google, Meta และ TikTok ต้องแบ่งรายได้กลับคืนสู่อุตสาหกรรมข่าวมากขึ้น ท่ามกลางความกังวลว่าเศรษฐกิจดิจิทัลในปัจจุบันกำลังทำให้ “ผู้ผลิตข่าว” สูญเสียอำนาจต่อรอง ขณะที่ดิจิทัลแพลตฟอร์มผู้ควบคุมการเข้าถึงผู้ชม กลับมีอำนาจต่อรองสูงขึ้นเรื่อย ๆ

เนื่องจากตลอดกว่าทศวรรษที่ผ่านมา แพลตฟอร์มดิจิทัลกลายเป็นประตูหลักที่ประชาชนใช้เสพข่าว แต่รายได้โฆษณากลับไหลเข้าสู่แพลตฟอร์มมากกว่าสื่อดั้งเดิมอย่างมหาศาล ส่งผลให้สื่อดั้งเดิมจำนวนมากต้องลดต้นทุน ปลดพนักงาน หรือปิดตัว โดยเฉพาะสื่อท้องถิ่นและสื่อชุมชนที่มีฐานรายได้อ่อนแออยู่แล้ว รัฐบาลออสเตรเลียจึงมองว่า หากปล่อยให้ตลาดดำเนินไปตามกลไกเพียงอย่างเดียว อาจกระทบต่อ “โครงสร้างพื้นฐานด้านข้อมูลข่าวสาร” ของประเทศในระยะยาว

ความพยายามครั้งนี้เป็นภาคต่อจากกฎหมาย News Media Bargaining Code ปี 2021 ซึ่งเคยสร้างแรงสั่นสะเทือนไปทั่วโลก เพราะครั้งนั้นเป็นครั้งแรกที่รัฐบาลพยายามบังคับให้แพลตฟอร์มดิจิทัลต้องเจรจาค่าตอบแทนกับองค์กรข่าว หากตกลงกันไม่ได้ทั้งสองฝ่ายจะต้องเข้าสู่กระบวนการอนุญาโตตุลาการแบบ final offer arbitration โดยแนวคิดสำคัญของกฎหมายคือสื่อดั้งเดิมนั้นมีบทบาทสำคัญในการดึงดูด engagement และเวลาการใช้งานบนแพลตฟอร์ม ดังนั้นบริษัทเทคโนโลยีจึงควรแบ่งผลประโยชน์บางส่วนคืนแก่ผู้ผลิตข่าว

อย่างไรก็ดี สิ่งที่เกิดขึ้นหลังจากนั้นสะท้อนข้อจำกัดสำคัญของกฎหมายปี 2021 เนื่องจาก Meta ตอบโต้ด้วยการระงับการแชร์ข่าวบน Facebook ในออสเตรเลียชั่วคราว ส่วน Google เคยส่งสัญญาณว่าอาจถอนบริการ Search ออกจากประเทศ ก่อนที่สุดท้ายจะยอมกลับเข้าสู่โต๊ะเจรจา

แม้ภายหลังกฎหมายปี 2021 จะทำให้สื่อหลายแห่งได้รับเงินสนับสนุนจากแพลตฟอร์ม แต่รัฐบาลออสเตรเลียเริ่มมองว่าโมเดลดังกล่าวพึ่งพาความร่วมมือจากแพลตฟอร์มมากเกินไป โดยเฉพาะหลัง Meta ประกาศในปี 2024 ว่าจะไม่ต่ออายุข้อตกลงกับองค์กรผู้ผลิตข่าวในออสเตรเลีย และลดบทบาทของข่าวบนแพลตฟอร์มลงอย่างชัดเจน กล่าวอีกนัยหนึ่ง หากแพลตฟอร์มสามารถถอนข่าวออกจากระบบได้ง่าย กฎหมายที่ออกแบบบนสมมติฐานว่าแพลตฟอร์มจำเป็นต้องมีข่าวก็จะสูญเสียประสิทธิภาพทันที

นี่จึงเป็นที่มาของร่าง News Bargaining Incentive ซึ่งสะท้อนการเปลี่ยนยุทธศาสตร์ครั้งสำคัญของออสเตรเลีย จากเดิมที่มุ่ง “บังคับให้เจรจา” ไปสู่การออกแบบระบบที่ทำให้การ “ไม่ร่วมมือ” มีต้นทุนสูงขึ้น

ร่างกฎหมายใหม่กำหนดว่าแพลตฟอร์มขนาดใหญ่ที่มีรายได้ในออสเตรเลียเกิน 250 ล้านดอลลาร์ออสเตรเลียอาจถูกเรียกเก็บภาระในอัตราร้อยละ 2.25 ของรายได้ หากไม่ทำข้อตกลงกับองค์กรผู้ผลิตข่าว แต่ในทางกลับกันหากบริษัทมีข้อตกลงกับองค์กรผู้ผลิตข่าว เงินที่จ่ายสามารถนำมาหักลดภาระดังกล่าวได้  

และที่น่าสนใจคือ รัฐบาลพยายามแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำในอุตสาหกรรมข่าวไปพร้อมกัน โดยให้สิทธิประโยชน์สูงกว่าหากแพลตฟอร์มทำข้อตกลงกับสื่อขนาดเล็กและสื่อท้องถิ่น แนวคิดนี้สะท้อนว่า ออสเตรเลียยังมองถึงความหลากหลายของระบบนิเวศข่าวด้วย เพราะหากตลาดข่าวถูกครอบครองโดยสื่อขนาดใหญ่เพียงไม่กี่ราย แม้สื่อบางแห่งจะอยู่รอดได้ แต่ความหลากหลายของเสียงในสังคมอาจหายไป

อย่างไรก็ตาม ความขัดแย้งสำคัญของกฎหมายนี้อยู่ที่การตีความว่า “ใครได้ประโยชน์จากใคร”

ฝั่งองค์กรข่าวมองว่าแพลตฟอร์มใช้ข่าวเพื่อสร้าง traffic และรายได้โฆษณา ขณะที่แพลตฟอร์มกลับมองตรงกันข้ามว่า สื่อต่างหากที่ได้ประโยชน์จากการเข้าถึงผู้ใช้งานจำนวนมหาศาลของแพลตฟอร์ม

  • Meta เป็นบริษัทที่ต่อต้านกฎหมายนี้รุนแรงที่สุด โดยยืนยันว่าผู้ผลิตข่าวเป็นฝ่ายสมัครใจนำข่าวขึ้นแพลตฟอร์มเอง และผู้ที่ได้ประโยชน์หลักคือสื่อ ไม่ใช่ Meta อีกทั้ง Meta ยังมองว่าการบังคับให้บริษัทต้องจ่ายเงินโดยไม่สนใจว่าข่าวจะอยู่บนแพลตฟอร์มหรือไม่ ถือเป็น “ภาษีบริการดิจิทัล” ในทางอ้อมมากกว่าจะเป็นกลไกสร้างความเป็นธรรม
  • ส่วน Google แม้จะไม่ได้ปฏิเสธการทำข้อตกลงกับสื่อเหมือน Meta แต่ก็เห็นว่ากฎหมายใหม่ “ล้าสมัย” เพราะพฤติกรรมผู้บริโภคกำลังเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว ผู้คนจำนวนมากเริ่มใช้ Generative AI เพื่อค้นหาข้อมูลแทน search engine แบบเดิม Google จึงตั้งคำถามว่าเหตุใดกฎหมายจึงไม่ได้ครอบคลุมผู้เล่นใหม่อย่าง OpenAI หรือแพลตฟอร์ม AI อื่น ๆ

ข้อโต้แย้งนี้ถือว่าน่าสนใจ เพราะสะท้อนว่าอุตสาหกรรมข่าวกำลังเผชิญ “การเปลี่ยนผ่านครั้งที่สอง” จากเดิมที่แพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียเป็นตัวกลางหลักของการเผยแพร่ข่าว สู่ยุคที่ AI อาจกลายเป็นผู้สรุป ตีความ และส่งต่อข้อมูลแทนเว็บไซต์ข่าวโดยตรง หากแนวโน้มนี้เกิดขึ้นจริง ปัญหาการแบ่งรายได้ระหว่าง “ผู้สร้างเนื้อหา” กับ “ผู้ควบคุมการเข้าถึงข้อมูล” จะยิ่งซับซ้อนกว่าเดิม

ในอีกด้านหนึ่ง แม้กลุ่มสื่อจะสนับสนุนกฎหมายเป็นหลัก แต่ภายในอุตสาหกรรมข่าวเองก็ไม่ได้รับผลประโยชน์เหมือนกันทั้งหมด สื่อรายใหญ่สนับสนุนร่างกฎหมายอย่างเต็มที่ เพราะมีอำนาจต่อรองสูงและมีโอกาสได้ประโยชน์มากที่สุด ขณะที่สื่อสาธารณะอย่าง ABC และ SBS สนับสนุนในมิติของการเพิ่มการมองเห็น (visibility) ของข่าวและความเป็นธรรมในระบบออนไลน์

ในขณะเดียวกันกลุ่มที่มีความกังวลต่อเรื่องนี้ คือสื่อชุมชนและสื่อรายย่อย ซึ่งมองว่ากฎหมายอาจยิ่งทำให้ตลาดข่าวกระจุกตัวมากขึ้น เพราะแพลตฟอร์มย่อมเลือกทำข้อตกลงกับองค์กรข่าวขนาดใหญ่ที่ให้ความคุ้มค่าเชิงธุรกิจมากกว่า หากรัฐไม่ออกแบบกลไกกระจายผลประโยชน์อย่างเหมาะสม เงินจากแพลตฟอร์มอาจไหลเข้าสู่สื่อขนาดใหญ่เพียงไม่กี่ราย ขณะที่สำนักข่าวชุมชนซึ่งมีบทบาทสำคัญต่อประชาธิปไตยระดับท้องถิ่นกลับยังคงอ่อนแอเหมือนเดิม

ข้อสรุปเชิงนโยบาย

สิ่งที่ออสเตรเลียกำลังทำเป็นความพยายามนิยามความสัมพันธ์ใหม่ระหว่าง “รัฐ-สื่อ-แพลตฟอร์ม” ในเศรษฐกิจดิจิทัล ซึ่งมีความเสี่ยงว่าหากกฎหมายถูกมองว่าเป็นเพียงเครื่องมือปกป้องอุตสาหกรรมสื่อภายในประเทศ หรือเป็นการเก็บภาษีบริษัทเทคโนโลยีต่างชาติในทางอ้อม ก็อาจนำไปสู่แรงต้านทางการค้าและความตึงเครียดระหว่างรัฐกับแพลตฟอร์มระดับโลกได้เช่นกัน

“โจทย์ที่สำคัญคือ รัฐจะออกแบบกลไกอย่างไรให้ประชาชนยังมีช่องทางรับรู้ข้อมูลข่าวสารที่หลากหลาย แข่งขันได้ และไม่ถูกควบคุมโดยผู้เล่นเพียงไม่กี่ราย เพราะท้ายที่สุด มูลค่าทางเศรษฐกิจของข่าวกำลังค่อย ๆ แยกออกจากผู้ผลิตข่าวที่ในอดีตเคยควบคุมทั้งการผลิต การคัดกรอง และการเผยแพร่ข้อมูล แต่อำนาจหน้าที่เหล่านี้ได้ทยอยเคลื่อนไปสู่แพลตฟอร์มที่ควบคุมการมองเห็นและความสนใจของผู้ใช้งาน และกำลังขยับไปสู่ระบบ AI ที่สามารถสรุป ตีความ และส่งต่อข้อมูลได้โดยที่ผู้ใช้งานอาจไม่จำเป็นต้องเข้าถึงแหล่งข่าวต้นทางอีกต่อไป”

ด้วยเหตุนี้ ข้อถกเถียงเรื่องการจ่ายค่าตอบแทนระหว่างแพลตฟอร์มกับสื่อ จึงอาจเป็นเพียงมาตรการประคับประคองในช่วงเปลี่ยนผ่าน มากกว่าจะเป็นคำตอบระยะยาวต่อวิกฤตของอุตสาหกรรมข่าว

เพราะโจทย์ที่สำคัญยิ่งกว่าคือ รัฐจะรักษาระบบนิเวศข้อมูลข่าวสารที่มีคุณภาพ มีความหลากหลาย และยังสามารถทำหน้าที่ตรวจสอบอำนาจในสังคมได้อย่างไร ในวันที่กลไกตลาดเพียงอย่างเดียวอาจไม่ได้ให้ประโยชน์ทางเศรษฐกิจกับบทบาทเหล่านี้อย่างเหมาะสมอีกต่อไป

บทความโดย ดร. สลิลธร ทองมีนสุข และนภสินธุ์ คามะปะโส

References:

  1. “Consultation on the news bargaining incentive now open,” prime minister of Australia, accessed May 7, 2026, https://www.pm.gov.au/media/consultation-news-bargaining-incentive-now-open.
  2. Kieran McGuinness, “Australia,” Reuters Institute for the Study of Journalism, accessed May 7, 2026, https://reutersinstitute.politics.ox.ac.uk/digital-news-report/2025/australia.
  3. Christine Chen and Byron Kaye “Australia to charge big tech companies 2% levy unless they strike local news deals,” Reuters, accessed May 7, 2026, https://www.reuters.com/business/media-telecom/australia-charge-big-tech-companies-2-levy-unless-they-strike-local-news-deals-2026-04-28/.
  4. Australian Broadcasting Corporation, “Joint Statement—News Bargaining Incentive,” ABC, April 28, 2026, https://www.abc.net.au/about/media-centre/press-releases/joint-statement-news-bargaining-incentive/106617236
  5. Australian Treasury, News Media Bargaining (Administration) Bill 2026; News Media Bargaining Charge Bill 2026; Treasury Laws Amendment (News Media Bargaining) (Consequential) Bill 2026: Exposure Draft Explanatory Materials, 2026, https://storage.googleapis.com/files-au-treasury/treasury/p/prj3c435c59673ac0d4080cc/page/c2026_763377_em.pdf.
  6. Claire Stuchbery, “Response to the News Bargaining Incentive Consultation on Revenue Distribution,” Local & Independent News Association, April 28, 2026, https://lina.org.au/2026/04/28/news-bargaining-incentive-revenue-distribution/

Josh Butler and Tom McIlroy, “Tech Giants Face New Levy to Pay for Australian News as Meta Calls Position ‘Simply Wrong,’” The Guardian, April 28, 2026, https://www.theguardian.com/australia-news/2026/apr/28/albanese-tech-companies-australian-media

เรื่องที่คุณอาจสนใจ

ดูทั้งหมด