tdri logo
19 กุมภาพันธ์ 2024
Read in 5 Minutes

Views

Hackathon “ออกแบบตลาดทุน…เปลี่ยนนักออมรุ่นเยาว์สู่ Young Investor” หวัง “ปลดล็อก” เพิ่มโอกาสและสร้างความรู้ลงทุนในตลาดทุนอย่างเหมาะสม

สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI) กองทุนส่งเสริมการพัฒนาตลาดทุน (CMDF) สภาธุรกิจตลาดทุนไทย (FETCO) และสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ร่วมจัดกิจกรรม “Policy Hackathon ออกแบบตลาดทุน…เปลี่ยนนักออมรุ่นเยาว์สู่ Young Investor” ที่โรงแรมปทุมวันปริ๊นเซส ระหว่างวันที่ 17-18 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา

ออมไม่น้อยกว่า 20% ถึงมีเงินใช้หลังเกษียณนาน10 ปี แต่ถ้าลงทุนจะมีเงินใช้นานกว่าเดิม

ดร.กอบศักดิ์ ภูตระกูล ประธานกรรมการ สภาธุรกิจตลาดทุนไทย กล่าวว่า  การออมเป็นหัวใจสำคัญของชีวิต ซึ่งส่วนตัวเคยทำการศึกษาพบว่าหากอยากมีเงินใช้เพียงพอหลังเกษียณจะต้องออมให้มาก โดยจะต้องเริ่มออมตั้งแต่เริ่มทำงานอย่างน้อย 20 เปอร์เซ็นต์ของรายได้ และหากนำเงินก้อนนี้ไปฝากธนาคารจะมีเงินใช้ถึงอายุ 70 ปี แต่ถ้าแบ่งครึ่งหนึ่งไปลงทุนในตลาดหลักทรัพย์ อีกครึ่งหนึ่งฝากธนาคารก็จะมีโอกาสมีเงินใช้เพียงพอถึงอายุ 80 ปี ดังนั้นเยาวชนทุกคนจะต้องให้ความสำคัญกับการออมและการลงทุน แต่ประเทศไทยมีกฎเกณฑ์ที่ทำให้เยาวชนไม่สามารถลงทุนในตลาดหลักทรัพย์ได้ ในขณะที่ในหลายประเทศเปิดโอกาสให้เยาวชนสามารถลงทุนในตลาดทุนได้ จึงต้องหาแนวทางปรับปรุงกฎหมายให้ทันสมัยและสอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน

ดร.กอบศักดิ์ กล่าวว่า โจทย์ของประเทศไทยนั้น รัฐควรออกแบบนโยบายอย่างไรให้เยาวชนได้มีโอกาสเลือกลงทุนภายใต้ความเสี่ยงที่ยอมรับได้ เพื่อเปิดโอกาสที่จะได้รับผลตอบแทนที่สูงขึ้นกว่าเงินฝากและพันธบัตรรัฐบาล ภายใต้ความรู้ด้านการลงทุนที่ถูกต้อง ซึ่งการนำเสนอแนวคิดของผู้เข้าร่วมแข่งขันในกิจกรรมนี้ สามารถต่อยอดในการปรับปรุงพัฒนาผลิตภัณฑ์ กระบวนการในตลาดทุน หรืออาจนำไปสู่การผลักดันให้เกิดการทบทวนกฎหมายและกฎระเบียบ ปลดล็อกให้ผู้เยาว์สามารถลงทุนในตลาดทุนได้ต่อไป

“การลงทุนของเยาวชนอายุระหว่าง 12-20 ปี เป้าหมายไม่ใช่ความร่ำรวย แต่หัวใจของความสำเร็จที่แท้จริง คือทำให้เด็กรักการออม รักการลงทุน ถ้ารักการลงทุนเด็กจะรู้สึกว่าการลงทุนงอกเงยเร็วกว่าฝากธนาคาร ที่สำคัญคือเก็บแต่แรก ออมก่อนแล้วใช้ทีหลัง และหากคนไทยมีเงินออม สามารถดูแลตัวเองได้อย่างเข้มแข็งก็จะแบ่งเบาภาระของรัฐในอนาคต” ดร.กอบศักดิ์ระบุ

ด้านดร.กิรติพงศ์ แนวมาลี หัวหน้าทีมการปฏิรูปกฎหมาย ทีดีอาร์ไอ ระบุว่า กิจกรรมครั้งนี้มีที่มาจากโครงการปรับปรุงกฎหมายที่เป็นอุปสรรคต่อการดำเนินธุรกิจในตลาดทุนไทย เพื่อหาแนวทางปรับลดกฎเกณฑ์ที่จะช่วยลดต้นทุนให้ผู้ประกอบธุรกิจและนักลงทุน ปลดล็อกให้เกิดการสร้างนวัตกรรมใหม่ ๆ ในตลาดทุน เพื่อเพิ่มความสามารถทางการแข่งขันให้ตลาดทุนไทย ซึ่งโจทย์นักลงทุนรุ่นเยาว์เป็นหนึ่งในประเด็นที่มีการทบทวน เนื่องจากพบว่าเยาวชนให้ความสนใจกับเรื่องการเงินและการลงทุนมากขึ้น ทั้งนี้ข้อเสนอของทีมที่เข้าแข่งขันนั้น สามารถสะท้อนได้ว่ากฎระเบียบปัจจุบันมีอุปสรรคอะไรบ้าง ผลิตภัณฑ์และการกำกับดูแลอะไรที่ยังไม่ตอบโจทย์นักลงทุนรุ่นเยาว์ รวมทั้งการให้ความรู้อย่างไรที่จะดึงดูดให้นักลงทุนรุ่นเยาว์มีความรู้เท่าทันความเสี่ยงของเครื่องมือทางการเงินใหม่ๆ จึงถือเป็นจุดเริ่มต้นเล็กๆในการนำเสนอแนวคิดให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องพิจารณาต่อไป

ทีมชนะเลิศ เสนอตั้ง “กองทุนเพื่ออนาคต” เปิดทางอายุ12 เริ่มต้นลงทุนได้ ให้รัฐสมทบเพิ่ม-ผู้ปกครองใช้ลดหย่อนภาษี

สำหรับกิจกรรม Policy Hackathon ออกแบบตลาดทุน…เปลี่ยนนักออมรุ่นเยาว์สู่ Young Investor” นั้นได้มีการเปิดรับสมัครผู้เข้าแข่งขัน มีผู้ให้ความสนใจร่วมสมัครถึง 78 ทีม โดยมี 7 ทีมที่ผ่านการคัดเลือกให้เข้าร่วมกิจกรรม ซึ่งผู้เข้าแข่งขันทั้งหมดได้เข้าทำกิจกรรมฟังบรรยายรวมถึงคำแนะนำจากวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิด้านต่างๆ ก่อนที่จะส่งผลงานให้คณะกรรมการ ซึ่งประกอบด้วย  ดร.กอบศักดิ์ ภูตระกูล ประธานกรรมการสภาธุรกิจตลาดทุนไทย, นายพิเชษฐ สิทธิอำนวย รองประธานกรรมการสภาธุรกิจตลาดทุนไทยและนายกสมาคมบริษัทหลักทรัพย์ไทย, ดร.ศรพล ตุลยะเสถียร รองผู้จัดการ หัวหน้าสายงานวางแผนกลยุทธ์องค์กร SET, นางวรัชญา ศรีมาจันทร์ รองเลขาธิการ ก.ล.ต. และดร.กิรติพงศ์ แนวมาลี หัวหน้าทีมการปฏิรูปกฎหมาย นักวิซาการอาวุโส ทีดีอาร์ไอ เป็นผู้ตัดสิน

ผลปรากฎว่ามีทีมที่ได้รับรางวัล 4 ทีมจากผู้ส่งผลงานร่วมเข้าแข่งขัน 78 ทีมโดยรางวัลชนะเลิศเป็นของทีม TIFF ซึ่งนำเสนอกองทุนเพื่ออนาคตของเยาวชน (TeenInvest future fund : TIFF) โดยขยายสิทธิการลงทุนให้กับเยาวชนอายุ 12-20 ปีจากเดิมที่ต้องมีอายุ 20 ปีขึ้นไป โดยรัฐต้องสร้างแรงจูงใจให้เยาวชนลงทุนในกองทุนนี้ด้วยการสบทบเงินเข้ากองทุน 50 เปอร์เซ็นต์แต่ไม่เกินปีละ1,800 บาท นอกจากนี้ผู้ปกครองสามารถนำการลงทุนของเยาวชนไปใช้ลดหย่อนภาษีได้ด้วย ขณะเดียวกันจะมีการให้ความรู้กับนักลงทุนรุ่นเยาว์ผ่านเกมในรูปแบบต่างๆ เช่น ให้เงินสมทบเพื่อจูงใจให้นักลงทุนรุ่นเยาว์ที่อ่านบทความ หรือเข้าคอร์สอบรมความรู้เรื่องการลงทุน โดยรัฐสมทบเงินพิเศษเข้ากองทุนปีละไม่เกิน 500 บาทต่อคน

นายชานนท์ ลิมป์ประสิทธิพร และน.ส.ธนัชญา ปิยวรไพบูลย์ ทีม TIFF ที่ได้รางวัลชนะเลิศ ระบุว่า รู้สึกดีใจที่ได้รับรางวัลชนะเลิศ โดยได้เตรียมความพร้อมในโปรเจคนี้มาก่อน 2 สัปดาห์ และเมื่อได้มาเจอผู้เชี่ยวชาญด้านต่างๆที่มาร่วมให้คำแนะนำได้มีการปรับแก้บางส่วนก่อนที่จะนำมาสู่ข้อเสนอที่ได้เสนอต่อกรรมการ ทั้งนี้พื้นฐานการออกแบบผลิตภัณฑ์นี้มาจากการที่เห็นปัญหาของนักลงทุนรุ่นใหม่ๆ โดยเฉพาะกลุ่มเยาวชนอายุ 12- 20 ปี ที่มีข้อจำกัด ทั้งในเงินทุนและมีความรู้เกี่ยวกับตลาดทุนที่น้อย จึงต้องการทลายข้อจำกัดดังกล่าว อย่างไรก็ตามเห็นว่าข้อเสนอของทีมอื่นๆนั้น ล้วนแล้วแต่เป็นข้อเสนอที่ดี บางข้อเสนอเป็นมุมมองที่คิดไม่ถึงมากก่อน ซึ่งหากหน่วยงานที่มีส่วนเกี่ยวข้องนำไปพัฒนาต่อก็จะเป็นประโยชน์ต่อเด็กรุ่นใหม่ในอนาคต

ทีมที่ได้รางวัลชนะเลิศ ยังได้แนะนำเยาวชนที่มีความสนใจในการลงทุนในตลาดทุนด้วยว่า ควรศึกษาหาความรู้จากบทความที่เกี่ยวกับตลาดทุนไปก่อน เพื่อเป็นการเตรียมพร้อม เมื่อถึงเวลาที่สามารถลงทุนได้ จะได้เริ่มลงมือทันที เพราะหากเริ่มต้นช้าไป ก็จะมีค่าเสียโอกาสที่ไม่ได้จากการลงทุน อย่างไรก็ตามสิ่งสำคัญในการลงทุน คือ ความเสี่ยง ดังนั้นก่อนที่จะลงทุนทุกครั้งจะต้องเข้าใจก่อนว่าเงินที่นำไปลงทุนเป็นการลงทุนในส่วนไหน คาดหวังอะไร และถ้าไม่ได้ตามที่หวัง ความเสี่ยงที่จะเจอมีอะไรบ้าง  ไม่ใช่ลงทุนตามที่กูรูบอกมา

ชงรัฐ สนับสนุนให้ทุกคนเข้าตลาดทุนตั้งแต่เกิด

ขณะที่รางวัลรองชนะเลิศเป็นของทีม JITTSTOR ที่เสนอโครงการ “เกิดมาลงทุน” สนับสนุนให้คนไทยทุกคนสามารถเข้าถึงการลงทุนในตลาดทุนได้ตั้งแต่เกิด โดยรัฐมอบเครื่องมือการบริหารจัดการเงินอย่างอัตโนมัติ ซึ่งเป็นวอลเล็ต ที่เชื่อมต่อกับบัญชีซื้อขายหลักทรัพย์ให้เด็กทุกคน พร้อมบริหารจัดการความเสี่ยงด้วยระบบ Smart License

ส่วนรางวัลรองชนะเลิศอันดับสอง มีผู้รับรางวัลร่วม 2 ทีม คือ ทีมเมกกะสั่งลุย นำเสนอกองทุนความเสี่ยงต่ำไม่ปันผล สำหรับผู้ที่อายุ12-20 ปี สามารถลงทุนได้ตั้งแต่ 1 บาท และซื้อได้ไม่เกิน 2,000 บาทต่อเดือน รัฐสมทบทุนให้ 10 เปอร์เซ็นต์ เมื่อครบอายุ 20  ไม่สามารถเพิ่มเงินลงทุนต่อได้ แต่สามารถขายกองทุนนี้ภายในอายุ 25 ปี

ส่วนอีกทีมที่ได้รับรางวัลรองชนะเลิศอันดับสอง คือ ทีมม้าโพนี่ทะเล นำเสนอ ฟีเจอร์ในแอปพลิเคชัน โทรศัพท์มือถือ ภายใต้แนวคิด ปัดเศษทุกยอดการใช้จ่ายในชีวิตประจำวันให้เป็นเงินลงทุน ซึ่งจะต้องผูกกับบัญชีธนาคาร บัตรเครดิต-เดบิต บัตรสมาร์ทคาร์ดภายในโรงเรียน โดยกลุ่มเป้าหมายเป็นเยาวชนอายุ 15-20 ปี พร้อมกับเสนอให้มีการแนะแนวความรู้เรื่องการลงทุนผ่านการปรับหลักสูตรการศึกษา 

ทั้งนี้กิจกรรมนี้เป็นส่วนหนึ่งของ “โครงการกิโยตินกฎระเบียบตลาดทุน” โดย ทีดีอาร์ไอ และ กองทุนส่งเสริมการพัฒนาตลาดทุน (CMDF)

รับชมย้อนหลัง : การนำเสนอ https://www.youtube.com/watch?v=-vqEQDK4RX0

รับชมย้อนหลัง : ประกาศผล https://www.youtube.com/watch?v=5seKr-h5OGo

เรื่องที่คุณอาจสนใจ

ดูทั้งหมด